posttoday
ผู้เสียหายแจ้งความเผยถูกหลอกร่วมลงทุนผลิตครีมบำรุงผิว

ผู้เสียหายแจ้งความเผยถูกหลอกร่วมลงทุนผลิตครีมบำรุงผิว

24 เมษายน 2560

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองปราบ ระบุถูกหลอกร่วมลงทุนธุรกิจผลิตครีมบำรุงผิว มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองปราบ ระบุถูกหลอกร่วมลงทุนธุรกิจผลิตครีมบำรุงผิว มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. กลุ่มผู้เสียหาย 15 คน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการปองปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าของบริษัท ปาลิตต้าเพียว อินเตอร์คอสเมติก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยนำเอกสารหนังสือสัญญาร่วมลงทุน สลิปโอนเงินทางบัญชีธนาคาร และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มามอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักกับ เจ้าของบริษัทดังกล่าวเพราะเดิมทีทำงานด้านก่อสร้างมาก่อน ภายหลังจึงมาชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจผลิตครีมบำรุงผิว โดยอ้างว่ามีพี่คนหนึ่งทำงานบริษัทผลิตครีมจึงสนใจอยากจะตั้งบริษัททำเองแต่อยู่ระหว่างหาเงินลงทุน ขณะนั้นก็ได้เห็นว่าสินค้ามีอยู่จริง แต่ทางเจ้าของขอให้เพียงเป็นหุ้นส่วน ไม่ขอให้มีชื่ออยู่ในบริษัท เนื่องจากเวลาเป็นหุ้นส่วนผลิตสินค้าหรือทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีลายลักษณ์อักษรของหุ้นส่วน จะทำให้ขั้นตอนในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ล่าช้า จึงขอให้มีชื่อของเจ้าของเพียงคนเดียว

ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า การเริ่มก่อตั้งบริษัทแห่งนี้เท่าที่ทราบคือตั้งแต่ปี 2558 เป็นเวลา 2 ปี อย่างที่บอกคือช่วงแรกก็มีการให้เงินปันผลจริงเป็นจำนวน 30% ของเงินลงทุน ตนก็ได้ถือเงินอยู่พักหนึ่ง เจ้าของได้ขอให้ลงทุนเพิ่มอีก โดยให้เหตุผลว่าต้องผลิตสินค้าเพิ่ม เพราะสินค้ากำลังขายดี มีการส่งออกไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สวีเดน ฮ่องกง ฯลฯ โดยที่มีเอกสารที่ระบุว่าการส่งออก แต่ตนก็ไม่ทราบว่าใช่เอกสารส่งออกสินค้าจริงหรือไม่ จากนั้นช่วงหลังๆ ก็ไม่มีการส่งเงินปันผลให้อีก ขณะนั้นตนก็ยังไม่ทราบว่ามีการระดมทุนกันเยอะขนาดนี้ ที่ทราบคือเขาจะบอกว่ามีแค่คนเดียว

กระทั่งในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีตัวแทนรายย่อยที่เจ้าของบริษัทไประดมทุนมา โดยบางรายก็ลงทุนไปเป็นหลักหมื่นถึงหลักแสน หรือแม้แต่ลงทุนไปหลักล้านก็มี ซึ่งตนเพิ่งมารู้ภายหลัง เมื่อเจ้าของบริษัทหลบหนีไปแล้ว จากการที่มีการพูดคุยกันในแอพพลิเคชั่นไลน์ระหว่างกลุ่มผู้เสียหาย พบว่ามีความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท ก่อนจะรวมตัวกันเดินทางไปทวงถามที่บ้านของ เจ้าของบริษัท แต่ปรากฏว่าไม่อยู่แล้ว รวมทั้งคนในครอบครัวด้วย

อย่างไรก็ตามระยะหลังได้ติดต่อญาติของเจ้าของบริษัทได้และมีการสอบถามถึงเรื่องเงินลงทุนว่าจะได้คืนหรือไม่ ซึ่งทางญาติของเจ้าของบริษัทบอกว่าหากกู้เงินธนาคารได้ จะยอมคืนเงินลงทุนให้แค่คนที่ไม่แจ้งความดำเนินคดี ส่วนใครที่แจ้งความดำเนินคดี ก็ขอให้ไปฟ้องร้องเอาเอง แต่หลังจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางไปติดตามทวงถามอีกครั้ง เพื่อจะขอเงินคืนก็ไม่พบใครและติดต่อไม่ได้อีกแล้วจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความในครั้งนี้

ด้าน พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ ก่อนจะมอบหมายให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำ และหากข้อเท็จจริงประกอบพยานหลักฐานต่างๆ เป็นไปตามคำให้การของผู้เสียหาย กรณีนี้ก็จะเข้าข่ายเจตนาหลอกลวง ซึ่งเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยขณะนี้พบว่ามีมูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท สำหรับการพิจารณาดำเนินคดีก็คงต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง