posttoday
ศาลอุทธรณ์ลดเงินชดเชยเหยื่อคดีแพรวาจาก30ล้านเหลือ19ล้าน

ศาลอุทธรณ์ลดเงินชดเชยเหยื่อคดีแพรวาจาก30ล้านเหลือ19ล้าน

19 เมษายน 2560

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเงินชดเชยให้กับเหยื่อคดีแพรวาซิ่งซีวิคชนรถตู้ตกทางด่วนจาก 30 ล้านบาทเหลือ 19 ล้านบาท เหตุคนขับรถตู้มีส่วนประมาทด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเงินชดเชยให้กับเหยื่อคดีแพรวาซิ่งซีวิคชนรถตู้ตกทางด่วนจาก 30 ล้านบาทเหลือ 19 ล้านบาท เหตุคนขับรถตู้มีส่วนประมาทด้วย

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ น.ส.แพรวา เยาวชนหญิง(ในขณะนั้น) ขับรถยนต์ซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารพลิกคว่ำตกทางด่วน เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเยาวชนหญิง, บิดา-มารดา, ผู้ครอบครองรถยนต์ซีวิค, และบริษัทประกันภัยเป็นจำเลย 1-7 ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 113,077,510 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

คดีนี้ศาลชั้นต้น ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พ.ย.58 ให้จำเลยร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ประกอบด้วย ค่าไร้อุปการะ และอื่นๆให้กับโจทก์ร่วม รวม 28 คน ซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่ละคน ในจำนวนเงินแตกต่างกันตั้งแต่ คนละ 4,000- 1,800,000บาท รวมเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี ต่อมาโจทก์ และจำเลยบางส่วนได้ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์พฤติการณ์กระทำแล้วเห็นว่าไม่ได้เกิดจาก จำเลยที่1ผู้ขับรถยนต์ซีวิคเพียงฝ่ายเดียว แต่พฤติการณ์การขับรถของคนขับรถตู้ที่ขับด้วยความเร็วสูงก็เป็นการประมาทเช่นเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ การเรียกค่าเสียหายจากค่าขาดไร้อุปการะจำเลยที่ 1-3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินควร ตามที่จำเลยที่ 1-3 อุทธรณ์ นั้นก็ได้ความว่า คนขับรถตู้ ขับด้วยความเร็วสูง แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่า คนขับรถตู้ขับตัดหน้า หรือขับเสียหลักชนรถยนต์จำเลยที่ 1 ขับอยู่ เพราะหากจำเลยที่1 ไม่ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเพื่อแซงคนขับรถตู้โดยสาร ก็จะไม่เกิดการเฉี่ยวชนกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยที่1 เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมากกว่า กรณีไม่ใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1 หรือ ครนขับรถตู้ มีความประมาทเลินเล่อไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตามที่จำเลยที่ 1-3 อุทธรณ์

เมื่อพิจารณาค่าขาดไร้อุปการะตามที่ศาลชั้นต้องกำหนดให้โจทก์แต่ละรายเห็นว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว แต่เมื่อฟังว่าคนขับรถตู้มีส่วนประมาทอยู่บ้างย่อมถือมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยแต่ไม่ได้เป็นผลโดยตรง ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้จึงต้องพิจารณาลดหย่อนตามพฤติการณ์ เห็นสมควรกำหนดให้จำเลยที่ 1-3 รับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์แต่ละราย 4 ใน 5 ส่วน

ศาลจึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันชำระเงิน แก่โจทก์ที่ 1- 5 ,9-19,21- 22 ,25 -28 รวมเป็นเงิน 19,826,925 บาท โดยมีจำนวนเงินตั้งแต่ 80,000-1,440,000 บาทและให้จำเลยที่4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1-3 ต่อโจทก์ที่ 5และที่ 11 ด้วย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69