
สงกรานต์เซ็งความสุขหาย
ผลโพลเผยปัญหาสุรา-ทะเลาะวิวาท ทำลายความสุขคนไทยช่วงสงกรานต์
ผลโพลเผยปัญหาสุรา-ทะเลาะวิวาท ทำลายความสุขคนไทยช่วงสงกรานต์
โพสต์ทูเดย์ - ผลโพลพบคนไทยไร้ความสุขช่วงสงกรานต์ เหตุคนเมา-ทะเลาะวิวาท สรุป 5 วันอุบัติเหตุคร่าชีวิต 283 ราย
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจความสุขคนไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,445 ราย พบว่า 51.6% ไม่มีความสุขจากกิจกรรมช่วงสงกรานต์ เนื่องจากเกิดเหตุร้ายขึ้นตลอด เช่น สาดน้ำสกปรก น้ำมันเครื่อง ปลาร้า การทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ อากาศร้อน ส่วนผู้ที่ตอบว่ามีความสุขมีเพียง 48.4%
สำหรับสาเหตุที่ทำลายความสุขคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 79.1% ระบุว่ามาจากเหล้า เบียร์ สิ่งมึนเมา รองลงมา 74.2% ระบุว่ามาจากการทะเลาะวิวาท ทำลายประเพณีอันดีงาม 68.9% เห็นว่าการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐล่าช้า หย่อนยาน
ขณะที่ประเด็นการแก้ปัญหา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 87.3% ต้องการให้ควบคุมการซื้อ การดื่ม เหล้า เบียร์ต่อเนื่องทั้งในและนอกเทศกาล 82.5% ต้องการให้ปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อการระงับเหตุอย่างรวดเร็วฉับไว เพิ่มเงินจับปรับ คุมประพฤติผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท รณรงค์คุณธรรม ประเพณีอันดีงาม จัดโซนนิ่งปลอดภัย แหล่งชุมชน สถานที่จัดงาน
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 68.2% พอใจต่อมาตรการเข้มลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์
พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนรวม 5 วัน ช่วงวันที่ 11-15 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 2,985 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 283 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,087 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ จ.นครราชสีมา 17 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ จ.เชียงใหม่ 145 ราย
ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 12-15 เม.ย. มีการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ เป็นรถจักรยานยนต์ 240,004 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ 216,590 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,212 คัน เป็นจักรยานยนต์ 3,969 คัน และรถยนต์ 1,243 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 164,584 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 136,841 คน







