posttoday
ลมสหรัฐเปลี่ยนทิศ เอเชียรอดปั่นค่าเงิน

ลมสหรัฐเปลี่ยนทิศ เอเชียรอดปั่นค่าเงิน

17 เมษายน 2560

ไม่ได้มีเพียงนโยบายระหว่างประเทศเท่านั้นที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พลิกเกมสร้างเซอร์ไพรส์

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ไม่ได้มีเพียงนโยบายระหว่างประเทศเท่านั้นที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พลิกเกมสร้างเซอร์ไพรส์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เปลี่ยนมิตรอย่างรัสเซียให้กลายเป็นศัตรู และเปลี่ยนคู่แข่งตลอดกาลอย่างจีนให้กลายเป็นมิตร เพราะล่าสุดการเปลี่ยนท่าทีเช่นนี้ยังขยายวงกว้างไปถึงนโยบายเศรษฐกิจและการค้าด้วย

หลังจากที่ปล่อยให้ทั่วโลกตื่นตระหนกมาสักพักใหญ่ว่าสหรัฐจะกดปุ่มทำสงครามการค้า ด้วยการขึ้นบัญชีดำประเทศปั่นค่าเงิน เพื่อตอบโต้ด้วยการขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้านั้น ล่าสุดกระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกรายงานทบทวนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้ามาแล้วเมื่อวันที่ 14 เม.ย. โดย “ไม่มีประเทศใดถูกขึ้นบัญชีดำแม้แต่รายเดียว”

กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมไปถึงประเทศอื่นๆ อย่างเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกสหรัฐขู่มาก่อนหน้านี้ ล้วนรอดพ้นจากการประเมินของสหรัฐ โดยเข้าข่ายไม่ครบ 3 ข้อที่สหรัฐตั้งเกณฑ์ไว้ ได้แก่ 1.เกินดุลการค้ากับสหรัฐ หรือเกินดุล การค้ามากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.88 แสนล้านบาท) 2.มีดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า 3% ของจีดีพี 3.มีการแทรกแซงค่าเงินฝ่ายเดียวในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากจีนแล้วหลายประเทศต่างเข้าข่ายดังกล่าวถึง 2 ใน 3 และต่างก็ตกอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยส่วนใหญ่เป็นข้อ 1 หรือ 2 จึงไม่น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้หลายประเทศจะกังวลกับการใช้ “ดุลพินิจ” ของสหรัฐ ที่พิจารณาว่าการดำเนินการของแต่ละประเทศจะถือว่าเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ และต้องเดินทางไปเยือนสหรัฐเพื่อพูดคุยกันโดยตรง

ที่ผ่านมาตลอด 29 ปีของการจัดทำรายงานดังกล่าว สหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำไปเพียง 3 ครั้ง กับเกาหลีใต้และไต้หวันในปี 1988 และกับจีนในปี 1994

อย่างไรก็ดี แม้ว่าหลายชาติเอเชียจะรอดพ้นการประเมินในครั้งนี้มาได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันทางการค้าหลังจากนี้จะหมดไป

เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า การแก้ปัญหาการค้าที่ไม่สมดุลจะยังคงเป็นประเด็นหลักของการหารือระหว่างสหรัฐกับจีนและญี่ปุ่นต่อไป และบัญชีดำค่าเงินก็จะยังคงเป็นความเสี่ยงที่ใช้ต่อรองได้อยู่ ซึ่งการทำรายงานประเมินนี้จะออกมาทุกๆ 2 ครั้ง/ปี คือในเดือน เม.ย. และ ต.ค.

รายงานที่ออกมาในส่วนของจีน นอกจากจะระบุถึงเรื่องค่าเงินแล้ว จึงมีการเรียกร้องให้จีนหันมาเปิดตลาดรับการลงทุนของต่างชาติให้มากขึ้นด้วย และทั้งสองฝ่ายก็ได้ตกลงกันที่จะกำหนดกรอบเวลา 100 วัน เพื่อแก้ปัญหาการค้าในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองประเทศก่อนหน้านี้

“ขณะนี้จีนมีดุลการค้าที่เกินดุลกับสหรัฐมากและเป็นมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จีนต้องเปิดตลาดรับสินค้าและบริการของสหรัฐให้มากขึ้นด้วย รวมถึงเร่งปฏิรูปเพื่อเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ” ส่วนหนึ่งของรายงานดังกล่าวระบุถึงจีน ซึ่งมีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐถึง 3.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12 ล้านล้านบาท) ในปีที่แล้ว

เอสวาร์ ปราสาด อดีตหัวหน้าฝ่าย ในจีนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า รายงานชิ้นนี้ส่งเสียงสะท้อนออกมาโดยตรงว่าการขึ้นบัญชีดำค่าเงินจะยังคงเป็นความเสี่ยงต่อไป จนกว่าจีนจะยอมเปิดตลาดให้สหรัฐมากกว่านี้ เพื่อแก้ปัญหาการค้าที่ไม่สมดุล แม้ว่าปัจจุบันจีนจะเข้าข่ายการปั่นค่าเงินเพียงข้อเดียวจากทั้งหมด 3 ข้อ แต่ก็เป็นปัญหาใหญ่เพียงพอที่ทำให้จีนต้องระวังการดำเนินเกมการค้าและค่าเงินเป็นพิเศษ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายจะเห็นตรงกันว่าจีนจะยอมยื่นหมูยื่นแมวเปิดตลาดมากขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยน โดยไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ของจีนและสหรัฐที่เกี่ยวข้องว่า ทางการจีนจะเปิดตลาดให้สหรัฐเข้ามาลงทุนได้มากขึ้นในธุรกิจการบริการทางการเงิน และยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐที่มีมาตั้งแต่ปี 2003 รวมถึงอาจนำเข้าธัญพืชและสินค้าเกษตรอื่นๆ จากสหรัฐมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ และบรรเทาความตึงเครียดจากการขาดดุลการค้าของสหรัฐ

ขณะที่ ทาเคชิ มินามิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยโนรินชูกิน ระบุกับรอยเตอร์สว่าการ ที่ทรัมป์พลิกท่าทีหันมาอ่อนลงกับจีนนั้น เป็นเพราะต้องการความร่วมมือในการแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ซึ่งท่าทีของทรัมป์จะเปลี่ยนไปอีกหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีใน อีกครึ่งปีต่อจากนี้ด้วย

นอกจากจีนแล้ว ญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คาดว่าจะเผชิญแรงกดดันไม่น้อยไปกว่ากัน โดยสหรัฐ ส่งสัญญาณกดดันญี่ปุ่นมาตลอดในเรื่องของตลาดรถยนต์และสินค้าเกษตร ขณะที่รายงานฉบับนี้ได้ย้ำให้ญี่ปุ่นเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อกระตุ้นดีมานด์ในประเทศ

รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเจรจาทวิภาคีระหว่างสองประเทศ โดยมีการส่งสัญญาณออกมาก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะกดดันให้ญี่ปุ่นยกเลิกกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น

การงดบัญชีดำค่าเงินของสหรัฐ ในวันนี้จึงเป็นเพียงการพักยกเบื้องต้น ก่อนจะนำไปสู่การต่อสู้ในเวทีเจรจา ต่อรองทางการค้าและการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะกระแสลมในยุครัฐบาลทรัมป์ยังสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อีกเสมอ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69