
ศก.ไทยแกร่ง ไม่หวันสหรัฐลุยซีเรีย
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาอย่างฉับพลันบุกโจมตีประเทศซีเรียปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความหวั่นวิตกให้กับเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างหนีไม่พ้นนักวิเคราะห์ทั้งนอกและในประเทศไทย ประเมินตรงกันว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการโจมตีครั้งนี้ แต่คาดเบื้องต้นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อยเท่านั้น หากความขัดแย้งและการโจมตีที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่ในประเทศซีเรียเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายก็กังวลว่าความขัดแย้งครังนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวบานปลายเป็นสงครามของสองประเทศมหาอำนาจทางการทหารอย่างสหรัฐอเมริกากับประเทศรัสเซียหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงเศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วนอย่างหนัก และเศรษฐกิจไทยคงหนีไม่พ้นจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งนักวิเคราะห์ก็ประเมินว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยากกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาระบุหลังจากสหรัฐเปิดฉากโจมตีประเทศซีเรีย ว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งการให้ สศค.ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เบื้องต้น สศค.คาดว่าหากสถานการณ์ตอบโต้อยู่ในวงจำกั
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาอย่างฉับพลันบุกโจมตีประเทศซีเรียปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความหวั่นวิตกให้กับเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างหนีไม่พ้น
นักวิเคราะห์ทั้งนอกและในประเทศไทย ประเมินตรงกันว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการโจมตีครั้งนี้ แต่คาดเบื้องต้นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อยเท่านั้น หากความขัดแย้งและการโจมตีที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่ในประเทศซีเรียเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายก็กังวลว่าความขัดแย้งครังนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวบานปลายเป็นสงครามของสองประเทศมหาอำนาจทางการทหารอย่างสหรัฐอเมริกากับประเทศรัสเซียหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงเศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วนอย่างหนัก และเศรษฐกิจไทยคงหนีไม่พ้นจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งนักวิเคราะห์ก็ประเมินว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยาก
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาระบุหลังจากสหรัฐเปิดฉากโจมตีประเทศซีเรีย ว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งการให้ สศค.ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เบื้องต้น สศค.คาดว่าหากสถานการณ์ตอบโต้อยู่ในวงจำกัดในประเทศซีเรียไม่ขยายวงกว้างไปประเทศอื่น ก็จะไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจของไทย
อย่างไรก็ตาม สศค.ได้ให้สำนักเศรษฐกิจมหภาคของ สศค.ประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้สำนักนโยบายภาษีของ สศค.ประเมินและเตรียมมาตรการทางการคลัง หากมีความจำเป็นต้องเข้าไปดูแลของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งตอนนี้ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ เรื่องราคาน้ำมันว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง จนทำให้กระทบเศรษฐกิจเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตตอนที่สหรัฐบุกโจมตีอิรักหรือไม่
สำหรับการดูเรื่องตลาดเงินการไหลออกของเงินทุน เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอยู่ใกล้ชิด ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเพราะทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยสูงถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าสหรัฐจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมีเงินทุนไหลออก แต่ปรากฏว่าเงินทุนไหลเข้ามาในไทยเพิ่ม แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เป็นที่สนใจของนักลงทุน ส่วนหนึ่งจากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง การส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้นักลงทุนต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของกระทรวงการคลัง จะเห็นว่ามีความมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยจะรองรับความผันผวนที่อยู่ในวงจำกัดของการโจมตีของสหรัฐต่อประเทศซีเรีย จะห่วงก็เรื่องราคาน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่านั้น ซึ่งหากประเมินประเด็นเรื่องราคาน้ำมันจะเห็นว่าประเทศซีเรียไม่ได้เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เหมือนประเทศอิรัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ได้มีความหวั่นวิตกกับการโจมตีดังกล่าว โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดต่างๆ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสส่งมอบเดือน พ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเมกซ์ เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ ปิดตลาดที่ 52.24 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ ปรับตัวขึ้น 35 เซนต์ ปิดตลาดที่ 55.24 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งถือว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ การปรับเพิ่มขึ้นมาไม่มากจึงไม่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศไทย
นอกจากนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธปท. ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามองราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับลดลงในระยะสั้นก่อนทยอยปรับสูงขึ้นตามความร่วมมือลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี เมื่อคำนึงถึงความไม่แน่นอนในการปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่ม OPEC และอุปทานน้ำมันโลกที่อาจตอบสนองได้มากต่อราคาน้ำมัน กนง.จึงปรับลดข้อสมมติราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยมาอยู่ที่ 52.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 2560 ก่อนทยอยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 54.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 2561
เมื่อดูจากการประเมินปฏิกิริยาของผู้ค้าน้ำมันในตลาดโลก และการประเมินของ ธปท.เรื่องราคาน้ำมัน จะทำให้เห็นว่าการโจมตีซีเรียของสหรัฐไม่กระทบ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจนสร้างความปั่นป่วนกับเศรษฐกิจโลก เหมือนกับที่สหรัฐเคยบุกโจมตีอิรักซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่
ด้าน บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยก็ประเมินว่า เศรษญกิจไทยปีนี้ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งน่ากลัวว่าปัจจัยความผันผวนทางการเงินจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศไทยมีการพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนสูง หากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงจนกระทบกับการค้าโลก ก็จะส่งผลต่อการค้าการส่งออกของไทย และมีความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ แต่ในระยะสั้นยังมองว่า ไทยจะยังไม่ถูกผลกระทบจากการที่สหรัฐโจมตีซีเรีย
ทั้งนี้ หากประเมินผลกระทบด้านการส่งออกที่เกิดจากการโจมตีซีเรียของสหรัฐครั้งนี้ จะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศซีเรียไม่ได้มีบทบาทการค้าที่สำคัญกับประเทศใดๆ ดังนั้นหากมองในเรื่องการค้าโลก การโจมตีซีเรียไม่ส่งผลกระทบกับการค้าโลกและการส่งออกของไทย
อย่างไรก็ตาม ก็มีความกังวลเรื่องการตอบโต้ของกลุ่มหัวรุนแรงที่ใช้ประเด็นการโจมตีซีเรียของสหรัฐ ไปก่อเหตุก่อการร้ายในประเทศยุโรป อย่างกรณีที่มีการก่อการร้ายในเมืองหลวงของประเทศสวีเดน ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้หากขยายตัวไปในประเทศต่างๆ ไม่สามารถควบคุมได้ ย่อมส่งผลกระทบ กับการค้าโลกในที่สุด ย่อมทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างหนีไม่ได้
แต่ทั้งนี้ ไทยอาจจะมีโชคที่การส่งออกในปีนี้กลับมาขยายตัวได้ดีหลังจากติดลบมาหลายปี โดยล่าสุด ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.4% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.2% เนื่องจากการส่งออกสินค้าฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2560 คาดว่าจะขยายตัว 2.2% ขณะที่การส่งออกภาคบริการฟื้นตัวได้เร็วและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องการใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณฟื้นตัวในบางธุรกิจ
แรงขับเคลื่อนดังกล่าวล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแรงทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้สูงต่อเนื่อง ที่สำคัญสามารถรองรับความผันผวนจากเศรษฐกิจภายนอก ตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และสหรัฐจะตอบโต้การค้าไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าประเทศสหรัฐ จนล่าสุดการโจมตีประเทศซีเรียของสหรัฐ เศรษฐกิจไทยก็ยังสามารถตั้งรับความผันผวนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างดี







