posttoday
ลดพันธบัตรระยะสั้น ไม่พอบรรเทาบาทแข็ง

ลดพันธบัตรระยะสั้น ไม่พอบรรเทาบาทแข็ง

07 เมษายน 2560

สถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มแข็งค่าอยู่ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

สถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มแข็งค่าอยู่ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว โดยเงินทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้ามาลงทุนในพันธบัตรไทย 1,790 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับตัวเลขรวมที่เข้ามาในครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมาที่ 2,503 ล้านเหรียญสหรัฐ

นับเป็นการตอกย้ำคำพูดของวิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า ขณะนี้มุมมองต่างชาติเห็นประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นแหล่งสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แห่งหนึ่งของโลก ด้วยความแข็งแกร่งของดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลสูง หนี้ต่างประเทศอยู่ระดับต่ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัวดี และต่างชาติมองเงินบาทมีความปลอดภัย แนวโน้มอ่อนค่าน้อยกว่าสกุลเงินของประเทศอื่นในภูมิภาค

สำหรับแหล่งลงทุนที่เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาพักมากที่สุด คือ การเข้าซื้อพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีอายุระยะสั้น มีสภาพคล่องสูง ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งที่เก็งกำไรค่าเงินได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น ธปท.จึงออกคำสั่งลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นของ ธปท. ประกอบด้วยพันธบัตรในเดือน เม.ย.อายุ 3 เดือน และ 6 เดือนลงประเภทละ 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ออกประเภทละ 4 หมื่นล้านบาท/สัปดาห์ เหลือประเภทละ 3 หมื่นล้านบาท/สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณสินค้าในตลาดเงินระยะสั้นของไทยลง เป็นการลดปริมาณเงินจากต่างประเทศที่เข้ามาพักในตลาดการเงินไทยได้อีกทางหนึ่ง

ค่าเงินบาท ก่อนหน้าที่จะออกคำสั่งดังกล่าวเคลื่อนไหวแข็งค่าอยู่ที่ 34.30 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่หลังจากการออกคำสั่งดังกล่าว เงินบาทโน้มอ่อนค่าลงไปที่ 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ และเงินบาท ณ วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 34.63 บาท/เหรียญสหรัฐภาวะค่าเงินบาทดังกล่าว อาจไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่า เกิดจากคำสั่งการลดวงเงินพันธบัตรระยะสั้นของ ธปท.เพียงอย่างเดียว เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาในขณะนั้น ได้แก่ การที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีคำสั่งตรวจสอบ 16 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐสูง ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย และยังมีกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณลดทรัพย์สินของตัวเอง หรือเป็นการดึงสภาพคล่องจากการผ่อนคลายทางการเงิน หรือ คิวอี ที่จะทำให้เงินเหรียญสหรัฐที่เคยสะพัดอยู่ทั่วโลกมีปริมาณลดน้อยลง ทำให้มีเงินไหลออกจากพันธบัตรไทยไปบ้าง แต่สถานภาพค่าเงินบาทก็ยังแข็งแกร่งกว่าสกุลเงินของประเทศคู่ค้าคู่แข่ง

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ ธปท.ใช้มาตรการลดพันธบัตรระยะสั้นในการสกัดเงินร้อนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามาเก็งกำไร เพราะพันธบัตร ธปท.มีสภาพคล่องสูงเปรียบเสมือนการถือเงินสด ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาต่างชาติใช้วิธีนี้ในการเข้ามาหาผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนจนค่าเงินบาทแข็งค่า

พันธบัตรระยะสั้น ธปท.มีจุดเด่นที่นักลงทุนต่างชาติชอบคือ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ง่าย ไม่ต้องเสนอซื้อเสนอขาย เพราะใช้วิธีการประมูล แถมต้นทุนต่ำเมื่อขายได้ ธปท.ตีเช็คมาให้เลย ไม่ต้องไปขายในตลาดรองพันธบัตร ถ้าครบกำหนดแล้วต้องการถือครองต่อก็ไปประมูลเอา

แนวทางดังกล่าวเป็นการดูแลค่าเงินบาทที่ดีกว่าการเข้าไปแทรกแซงทุนสำรองระหว่างประเทศที่ ธปท.ทำมาตลอด เมื่อเงินบาทเริ่มแข็งก็จะเข้าไปซื้อเงินเหรียญสหรัฐ และขายเงินบาทออก และบางครั้ง ธปท.ต้องกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ผ่านการออกพันธบัตรระยะสั้นไปซื้อเงินเหรียญสหรัฐ และแบกรับขาดทุนจากดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าดอกเบี้ยรับ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการออกมาตรการลดวงเงินพันธบัตรระยะสั้น อาจจะไม่เพียงพอกับการดูแลเงินบาทที่แข็งค่า เพราะเริ่มเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายไปยังพันธบัตรระยะยาวแทน โดยการเคลื่อนไหวดัชนีความสัมพันธ์พันธบัตรกับค่าเงินบาท พบว่า ความเชื่อมโยงพันธบัตรระยะสั้นต่อค่าเงินบาทลดลงเหลือ 50:50 หรือถ้าต่างชาติถือมากจะมีผลกับค่าเงินบาทแข็งค่า 50% แต่ขณะนี้ ดัชนีเงินบาทเชื่อมโยงกับพันธบัตรระยะยาวถึง 80% หมายความว่าถ้าต่างชาติเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวจะมีโอกาสถึง 80% ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น

“โอกาสที่บาทจะอ่อนลงก็มี หากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีผลตอบแทนปรับขึ้นไปแตะ 2.5% จะเป็นจุดที่ทำให้เงินทุนต่างชาติจะเริ่มไหลออก ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอยู่ที่ 2.34% คาดว่าจะเห็น 2.5% ในอีกไม่นาน แต่ระหว่างนี้ต้องรับสภาพกับความเป็นเซฟเฮฟเว่นหรือสินทรัพย์ปลอดภัยในไทย เพราะต่างชาติมั่นใจพันธบัตรไทยมาก มีอัตราผิดนัดชำระ (CDS) เพียง 0.54% ต่ำกว่าจีนและมาเลเซียเสียอีก” กอบสิทธิ์ กล่าว

เงินบาทที่แข็งค่ากว่าคู่ค้าคู่แข่ง อาจบอกได้ว่ามาจากโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยเอง ด้วยจุดแข็งที่กลายมาเป็นจุดอ่อนจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงติดต่อกันมานาน กดดันให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. ยังคาดการณ์ว่า ทั้งปี 2560 ไทยจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 3.69 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การเกินดุลดังกล่าวกดดันต่อค่าเงินบาทในระยะต่อไป บวกกับนักลงทุนต่างชาติก็ยังนำเงินเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดย ธปท.จะจับตาดูสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และมีเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ดูแลความผันผวนของค่าเงินบาทอีกหลายเครื่องมือ

อย่างไรก็ตาม ในความจริงแล้ว เครื่องมือทางการเงินของ ธปท.อาจบรรเทาการแข็งค่าของเงินบาทได้เพียงชั่วคราว แต่ปัจจัยหลักที่ดูดเงินทุนไหลเข้า ส่วนหนึ่งเป็นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเกินดุลดังกล่าวไม่ได้มาจากไทยส่งออกได้มากขึ้น แต่มาจากการนำเข้าที่มีอัตราการหดตัวมากกว่าการส่งออก เพราะธุรกิจชะลอการลงทุนใหม่หรือการขยายการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนทางการเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลัง เข้ามาช่วยหรือไม่ ในการผ่อนคลายให้มีการนำเข้าสินค้าและบริการง่ายขึ้น เช่น มาตรการลดภาษีนำเข้าในสินค้าบางประเภท หรือส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางให้เงินบาทไหลออก ลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งเป็นการเปิดทางให้กลไกตลาดทำงานด้วยตัวมันเอง อาจเป็นการแก้ในจุดเล็กๆ ที่ถูกที่คันกว่าปัจจุบันก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69