
อี-คอมเมิร์ซเดือดดันโลจิสติกส์บูม ทางเลือกด้านขนส่งของผู้ประกอบการ
หลายท่านคงทราบกันมาบ้างแล้วถึงข้อมูลต่างๆ ที่บ่งชี้ว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ เช่น
โดย...ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา
หลายท่านคงทราบกันมาบ้างแล้วถึงข้อมูลต่างๆ ที่บ่งชี้ว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ เช่น eMarketerคาดการณ์ว่าปี 2019 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจะเติบโตถึง 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐโดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตสูงสุดหรือราว 35.2% ต่อปี ขณะที่ในไทยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ระบุมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซของประเทศไทยปี 2559 ที่มีโอกาสโตสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2558 ถึง 12% ส่งให้ไทยขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งประเทศที่มีมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซสูงที่สุดในอาเซียน
การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซต่างผลักดันให้ร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจโลจิสติกส์ต้องปรับตัว หากลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดมูลค่ามหาศาล พร้อมทั้งเร่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า เหตุนี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจำเป็นต้องคัดสรรการบริการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการกระตุ้นให้ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนและชูจุดเด่นเพื่อพร้อมรับการตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วย
จับตาสถานการณ์โลจิสติกส์ในไทย ตัวอย่างเช่น ไปรษณีย์ไทย ยังครองส่วนแบ่งเป็นอันดับหนึ่ง โดยกำไรในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 โตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ถึง 22.6% และยังมีการพัฒนาแอพเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า รวมถึงรับฝากและจัดส่งของล่วงหน้าได้อีก
เอสซีจี ก็ลงมาเล่นตลาดโลจิสติกส์ โดยเปิดตัว เอสซีจี เอ็กซ์เพรส ที่ร่วมทุนกับ Yamato Asia เน้นการส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน ทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C คาดว่าจะขยายพื้นที่บริการครอบคลุมประเทศไทยภายในปี 2018
ดีเอชแอล หันมาทำโลจิสติกส์เต็มตัวด้วยการขยายจุดรับกระจายสินค้าออกไปในต่างจังหวัด คาดว่าผลตอบแทนจะเติบโตถึง 30-35% และผู้ประกอบการสามารถใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (Cashon Delivery-COD) ซึ่งมีบริการนำส่งเงินค่าสินค้าคืนผู้ขายเป็นประจำทุกวัน
ลาล่ามูฟ ขยายฐานลูกค้าในไทยเพิ่มขึ้นถึง 600% ในปีที่ผ่านมา โดยโฟกัสไปที่กลุ่ม SMEs และลูกค้ารายย่อย เน้นความสะดวกต่อธุรกิจคนรุ่นใหม่ คำนวณอัตราค่าบริการโดยอัตโนมัติ โดยคิดค่าบริการพื้นฐานตามระยะทาง และมีรถบริการหลายประเภท
การแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เข้าขั้นดุเดือด ซึ่งก็ถือว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพราะจะได้มีตัวเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย ผมมีมุมมองในการเลือกใช้โลจิสติกส์พาร์ตเนอร์เพื่อช่วยส่งเสริมธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
1.มีความน่าเชื่อถือ มองหาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ เปิดตัวมาอย่างยาวนาน และมีระบบการขนส่งสินค้าที่ครบครัน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกการขนส่งที่เหมาะสมกับสินค้าของตนเองมากที่สุด
2.มีความเชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ดี ควรมีทักษะเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับธุรกิจของผู้ประกอบการ เช่น หากสินค้าเป็นเครื่องจักรกลหนัก ที่ต้องอาศัยความชำนาญ และทักษะเฉพาะในการขนย้าย บริษัทโลจิสติกส์นั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เฉพาะทาง เพื่อวางแผน และเคลื่อนย้ายสินค้าให้ไปส่งถึงจุดหมายอย่างสมบูรณ์
3.ตัวเลือกด้านเทคโนโลยี การที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยก็ช่วยลดความผิดพลาดต่างๆ ได้ รวมไปถึงทำให้ง่ายและสะดวกต่อผู้ประกอบการในการทำธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.ต้นทุนและค่าใช้จ่าย หากผู้ประกอบการมีต้นทุนในการจัดส่งสินค้าที่ต่ำการเลือกบริการด้านโลจิสติกส์ก็ต้องสอดคล้องกับต้นทุนทางธุรกิจหรือค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการด้วย ดังนั้นเราควรจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้มีความพอเหมาะ พอดี และเลือกพาร์ตเนอร์ให้เหมาะกับธุรกิจของเราด้วยครับ
5.ตัวเลือกการชำระเงิน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ พาร์ตเนอร์ที่ดี ควรมีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกหลากหลาย เกิดความพึงพอใจ และยังส่งผลด้านบวกให้กับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซด้วย
ธุรกิจการขนส่งที่แข่งขันกันดุเดือดถือเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่งที่บ่งบอกถึงการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย ใกล้เข้ามาแล้วกับยุคทองอี-คอมเมิร์ซอย่ารอช้า มาเริ่มกันเลยครับ







