
เมื่อ Face Detection System จะเป็นระบบการทำธุรกรรมที่กำลังโตมากสุดในจีน
เมื่อวันที่ได้ยินข่าวว่าเมืองจีน ประเทศที่เป็นอู่เงินอู่ทองของใครหลายๆ คน ในไทย เริ่มมีการออกกฎหมาย
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
เมื่อวันที่ได้ยินข่าวว่าเมืองจีน ประเทศที่เป็นอู่เงินอู่ทองของใครหลายๆ คน ในไทย เริ่มมีการออกกฎหมายให้สามารถใช้งานระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่ได้ โดยทำการผูกระบบ Payment ต่างๆ เข้าไปร่วมกับระบบ Face Detection System เพื่อใช้ใบหน้าของเจ้าของในการระบุตัวตน ซึ่งจะไม่จบเพียงเท่านั้น แต่ยังจะรวมไปจนถึงการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนอีกด้วย!!!
บริษัท Startup ในจีนอย่าง Face++ ก็ได้เริ่มนำเทคนิคนี้มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Deep Learning image analysis recognition เพื่อทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ใบหน้าและสามารถทำการสร้างสิทธิต่างๆ ให้กับใบหน้าของแต่ละคนได้ เช่น การเดินเข้าภายในออฟฟิศ เราสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อทำการเปิดประตูออฟฟิศสำหรับพนักงานทั่วไป และเปิดห้องนิรภัยหรือห้องบัญชีสำหรับแผนกบัญชีหรือเจ้าของกิจการ เป็นต้น
อีกตัวอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Baidu สำหรับการใช้เทคนิค Face Recogni tion ก็มีการเริ่มพัฒนาระบบดังกล่าวให้สามารถออกตั๋วรถไฟหรือรถสาธารณะได้ โดยผ่านการใช้ใบหน้าของผู้ใช้งานเป็นตัวยืนยันสิทธิในการให้บริการ รวมถึงการเก็บรวบรวมสถิติที่จะทำให้ข้อมูลเชิงสถิติมีความแม่นยำและสามารถเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยปัจจุบันความแม่นยำของการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวมีถึง 99% เลยทีเดียว
ปรากฏการณ์ในจีนครั้งนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีนในการปรับตัวสู่การใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ Baidu เท่านั้น แม้กระทั่งMobile Payment Gateway อย่าง Alipay ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจากสถิติปัจจุบันมีผู้ใช้งานในจีนที่มั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีนี้ถึง 120 ล้านคน และเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกสำหรับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีนี้สำหรับประเทศจีน ซึ่งมี Database ขนาดใหญ่ของข้อมูลประชากรอยู่แล้วเช่นเดียวกัน โดยเทคนิคนี้ถูกนำไปใช้งานในเชิงความมั่นคงของประเทศนี้มาในระยะใหญ่ๆ แล้วนั่นเอง
แต่จะว่าไปแล้วเทคโนโลยี Face Detection System ในบ้านเราก็พอจะมีมาให้เห็นในหลายๆ วงการแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านเรือน ซึ่งต้องคอยดูต่อไปว่าหากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในจีนแล้วนั้น จะส่งผลให้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ในระบบการทำธุรกรรมในมาตรฐานสากล







