
ชงมาตรา44แก้ไอยูยู
‘บิ๊กฉัตร’เสนอตั้งคณะกรรมการ เพิกถอนทะเบียน สั่งปิดโรงงาน
‘บิ๊กฉัตร’เสนอตั้งคณะกรรมการ เพิกถอนทะเบียน สั่งปิดโรงงาน
โพสต์ทูเดย์ - บิ๊กฉัตร ขอนายกฯ ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจกรมประมง เพิกถอนทะเบียน สั่งปิดโรงงานผิดกฎหมาย
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2560 เรื่อง การแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานไร้การควบคุม โดยสาระสำคัญคือการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช.ที่ 10/2558 ลงวันที่ 29 เม.ย. 2558 ให้อำนาจนายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนเรือ และคำสั่ง คสช.ที่ 53/2559 ให้ผู้ครอบครองเรือที่มีทะเบียน แต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงเคลื่อนย้ายเรือ แจ้งจุดจอดและล็อกเรือ
นอกจากนี้ ที่สำคัญคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ให้มีการตั้งคณะกรรมการมาตรการทางปกครองขึ้นมา 1 คณะ มีอธิบดีกรมประมงเป็นประธาน กรรมการมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนกฤษฎีกา รวม 9 คน มีอำนาจพิจารณาสั่งปิดโรงงานที่ไม่ทำตามกฎหมายตาม พ.ร.ก.ประมง 2558 โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และมติกรรมการเป็นที่สุด
“ที่ผ่านมา พบว่า แม้จะมี พ.ร.ก.ประมง 2558 แล้ว แต่การแก้ไขยังล่าช้า และบางครั้งการทำงานทับซ้อนกัน จึงได้ล่าช้า แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเหยียบตาปลากัน เพราะผมนั่งเป็นประธานอยู่ แต่เมื่อมีปัญหาเงื่อนเวลา การออกมาตรา 44 เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการให้อำนาจกับคณะกรรมการมาตรการทางปกครองที่จะเข้าไปใช้อำนาจระงับกิจการ หรือปิดโรงงานได้ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจตามกฎหมายโรงงาน” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
สำหรับสาระสำคัญของมาตรา 44 คือ ให้การแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 22/2560 กำหนดมาตรการและให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน อาทิ กำหนดให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนเรือประมงขนาดสิบตันกรอส เรือขนถ่ายสินค้า เรือบรรทุกน้ำจืด น้ำแข็ง น้ำมัน หรือเรือที่สนับสนุนการทำประมง ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสองฉบับ ภายใน 30 วัน ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท กรณีแจ้งเท็จห้ามกรมประมงออกใบอนุญาตทำประมง
10 ปี เป็นต้น







