
พลิกตำราดันรายได้เกษตรกร หวังเลิกจำนำลดภาระคลัง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงรัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย หากเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง กำลังซื้อมาก ก็ช่วยการบริโภคขยายตัวได้มาก ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้สูงในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฐานรากอ่อนแอ การบริโภคของไทยก็อ่อนแรง ยิ่งในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ที่การส่งออกมีปัญหาถึงขั้นหดตัว การลงทุนภาคเอกชนไม่ยอมขยับ เหลือแต่การใช้จ่ายภาครัฐที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าศักยภาพที่ควรเป็นล่าสุด อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า ได้สั่งให้ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ช่วยคิดแนวทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ชีวิตมีความสุข ความเป็นอยู่ดีขึ้น จะได้ทดแทนโครงการการอุดหนุนราคาที่ต้องดำเนินการทุกปีด้าน สมชัย ออกมาเปิดเผยว่า รมว.คลัง ให้คิดนอกกรอบ และให้ดูตัวอย่างของเกษตรกรประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ว่ารัฐบาลช่วยเหลือดำเนินการอย่างไร ถึงได้มีรายได้สูงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ต่างจากเกษตรกรไทยที่รายได้หาได้แค่ใช้หนี้และใช้จ่ายในช
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย หากเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง กำลังซื้อมาก ก็ช่วยการบริโภคขยายตัวได้มาก ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้สูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฐานรากอ่อนแอ การบริโภคของไทยก็อ่อนแรง ยิ่งในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ที่การส่งออกมีปัญหาถึงขั้นหดตัว การลงทุนภาคเอกชนไม่ยอมขยับ เหลือแต่การใช้จ่ายภาครัฐที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าศักยภาพที่ควรเป็น
ล่าสุด อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า ได้สั่งให้ สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ช่วยคิดแนวทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ชีวิตมีความสุข ความเป็นอยู่ดีขึ้น จะได้ทดแทนโครงการการอุดหนุนราคาที่ต้องดำเนินการทุกปี
ด้าน สมชัย ออกมาเปิดเผยว่า รมว.คลัง ให้คิดนอกกรอบ และให้ดูตัวอย่างของเกษตรกรประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ว่ารัฐบาลช่วยเหลือดำเนินการอย่างไร ถึงได้มีรายได้สูงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ต่างจากเกษตรกรไทยที่รายได้หาได้แค่ใช้หนี้และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น ซึ่งเกษตรกรเป็นกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยและมีจำนวนมาก หากช่วยทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในประเทศก็จะดีขึ้น
ปลัดคลัง ระบุว่า มาตรการสร้างรายได้เกษตรกรครั้งนี้จะไม่ทำเหมือนที่ผ่านมาตลอดทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การประกันราคาพืชผล การจำนำราคาพืชผล เพราะถือเป็นมาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า ไม่ได้สร้างความยั่งยืนในระยะยาว
แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของการศึกษามาตรการสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างถาวรยั่งยืน แต่กรอบของมาตรการบางส่วนที่กระทรวงการคลังคิดอยู่และเดินหน้าผลักดันครั้งนี้ คือ การปฏิรูปตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดราคาสินค้าเกษตรในตลาดได้อย่างแท้จริง ทำให้เกษตรกรบริหารความเสี่ยงราคาสินค้าเกษตรของตัวเองได้ หากทำได้จริงในอนาคตก็ไม่จำเป็นต้องมีการประกันราคาหรือจำนำพืชผล โดยเฉพาะการประกันหรือจำนำราคาข้าว ซึ่งที่ผ่านมาทำให้ประเทศเสียหายขาดทุนกว่า 5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงการประกันภัยพืชผลให้เป็นสากลมากขึ้น โดยให้การประกันยึดกับภัยธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งก็วัดจากความแห้งแล้งจริง หรือน้ำท่วมก็วัดจากปริมาณน้ำฝน จากปัจจุบันภัยธรรมชาติของไทยต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเสียก่อน จึงจะได้ชดเชยจากประกันภัยพืชผล หากไม่ประกาศก็ไม่ได้ชดเชย
ขณะเดียวกัน ยังมีการศึกษากรณีของเกษตรกรญี่ปุ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น เกษตรกรญี่ปุ่นต้องการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการทำการเกษตร รัฐบาลจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ซึ่งไทยจะทำในลักษณะเดียวกัน เพื่อยกระดับเกษตรกรให้มีการผลิตที่ทันสมัย ไฮเทค รองรับไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล
มาตรการเบื้องต้นดังกล่าวถือเป็นแนวทางการเพิ่มรายได้เกษตรกรให้ร่ำรวยยั่งยืนเหมือนเกษตรกรต่างประเทศ ยังไม่สามารถคิดนอกกรอบเหมือนโจทย์ที่ตั้งไว้ เพราะยังใช้มาตรการเดิมๆ ที่มาทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม เช่น การทำให้ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นกลไกที่ทำงานได้จริงนั้น เป็นเรื่องที่พูดกันมาทุกรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามผลักดันตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า มาทำหน้าที่แทนการรับจำนำข้าว แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมายังยึดติดกับโครงการรับจำนำและประกันราคาข้าวเหมือนเดิม
ด้านมาตรการประกันภัยพืชผล นอกจากมีความยากที่จะทำให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการประกันภัยพืชผลแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องเบี้ยประกันที่สูง แม้ว่ารัฐบาลจะเข้าช่วยชดเชยเบี้ยส่วนหนึ่งให้ก็ตาม นอกจากนี้ การขยายประกันไปพืชผลอื่นๆ ก็เป็นเรื่องยาก เพราะพืชผลบางชนิดปลูกในปริมาณน้อย ไม่คุ้มค่าที่บริษัทประกันจะดำเนินการ ทำให้การประกันภัยพืชผลแม้เป็นเรื่องดี แต่ยังติดหล่มขยายให้การประกันครอบคลุมวงกว้างยังเป็นเรื่องยาก
ในส่วนมาตรการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การให้สินเชื่อหรือการคิดดอกเบี้ยแพงหรือถูก แต่อยู่ที่เกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเกษตรแปลงเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ โดยเทคโนโลยีการผลิตทันสมัยนั้นเหมาะกับเกษตรรายใหญ่ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้มาตรการไม่น่าจะตอบโจทย์การยกระดับรายได้เกษตรกรให้มีฐานะดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรู้ปัญหาและรู้ดีว่าการยกระดับรายได้เกษตรกรระยะยาวนั้นทำได้ไม่ง่าย และต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกหลายปีจึงจะเห็นดอกเห็นผลเป็นรูปเป็นร่าง ระหว่างนี้รัฐบาลจึงมีมาตรการเฉพาะหน้าในการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ผ่านโครงการลงทะเบียนรับสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ หรือลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ที่เริ่มตั้งแต่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับบัตรสวัสดิการเพื่อใช้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และผู้มีรายได้น้อยต่างจังหวัดสามารถขึ้นรถ บขส.และรถไฟในราคาถูกลง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเทียบกับคนในกรุงเทพฯ ที่ได้นั่งรถเมล์รถไฟฟรี
นอกจากนี้ ในอนาคต รัฐจะเพิ่มสวัสดิการอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยค่าเช่าบ้าน การทำประกันอุบัติเหตุ 99 บาท เพื่อให้ได้รับเงินชดเชยในช่วงที่ประสบอุบัติเหตุและทำงานไม่ได้ รวมถึงขึ้นรถไฟฟ้าฟรี ซึ่งเป็นมาตรการลดรายจ่าย ต่างจากการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยครั้งแรกที่เพิ่มรายได้โดยการแจกเงินให้ 1,500-3,000 บาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ จะไม่มีการแจกเงินเหมือนรอบแรก แต่ในอนาคตอาจมีความจำเป็น โดยบัตรสวัสดิการนี้ รัฐบาลตั้งเป้าให้เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้มีรายได้น้อยใช้รับเงินรัฐบาลและหน่วยงานราชการโอนให้ ช่วยให้รัฐบาลสามารถแจกเงินส่งถึงมือผู้มีรายได้น้อยได้ทันทีสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องโอนเข้าบัญชีของธนาคารเหมือนที่ผ่านมา
ดังนั้น ทั้งมาตรการระยะสั้นเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อยและมาตรการระยะยาวเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ถือเป็นโรดแมปที่รัฐบาลหวังว่าจะเดินไปให้ถึง เพื่อยกเลิกระบบประกันหรือจำนำพืชผล ที่เป็นภาระกับงบประมาณและทำให้ประเทศเสียหายจำนวนมาก แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่จะคิดนอกกรอบหาแนวทางยกรายได้เกษตรกรให้มั่งคั่งยั่งยืนได้สำเร็จหรือไม่







