
เดินหน้าต้องชัดเจน
ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีมติผ่านวาระที่ 2 และ 3 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม
ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีมติผ่านวาระที่ 2 และ 3 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉบับที่ … (พศ. ...) และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ฉบับที่ ... (พ.ศ. ...)
ขณะที่มาตรา 10/1 เรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่ชาติ ทางกรรมาธิการได้ตัดออกในวินาทีสุดท้าย โดยให้เพิ่มเป็นข้อสังเกตในร่างกฎหมาย กำหนดให้มีการศึกษาการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมา 1 ชุด ภายใน 60 วัน ให้ระยะเวลาศึกษาเสร็จใน 1 ปี
การตัดสินใจเลือกทางออกในประเด็นบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ลักษณะนี้ แม้หลายคนจะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการซื้อเวลา แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดกระแสความขัดแย้งของคนในฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะบรรดาพี่ๆ น้องๆก๊วนทหารรุ่นใหญ่
แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น ก็คือ ร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้งสองฉบับ ที่ผ่าน สนช.ทำให้นโยบายการจัดหาปิโตรเลียม เริ่มเห็นทางเดินที่ชัดเจนมากขึ้นใน 2 เรื่อง
อย่างแรก การดำเนินการเพื่อเปิดประมูลแหล่งสัมปทานที่จะสิ้นสุดอายุปี 2565-2566 ในอ่าวไทย ได้แก่ แหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนต่อ จากก่อนหน้านี้ยังกังวลกันว่าหากกฎหมายปิโตรเลียมยังล่าช้า จะทำให้เกิดช่วงรอยต่อของการผลิตต้องหยุดชะงักและเกิดความเสี่ยงได้ เพราะเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่2 ใน 3 ของกำลังการผลิตทั้งหมดของอ่าวไทย
ดังนั้น เมื่อกฎหมายปิโตรเลียมผ่านแบบนี้ การเปิดประมูลเลือกผู้ลงทุนรายใหม่ ยังคงอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ โดยคาดว่าเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลจะเสร็จเดือน เม.ย.นี้ และประกาศร่างทีโออาร์ได้เดือน ก.ค. เพื่อเตรียมพร้อมเปิดประมูลให้ได้ในเดือน ธ.ค.2560
ในชั้นนี้การกำหนดเงื่อนไขการเปิดประมูล รัฐจะต้องระบุให้รัดกุมว่าจะเลือกการบริหารแหล่งปิโตรเลียมด้วยระบบใดที่เหมาะกับศักยภาพของแหล่งก๊าซฯ นั้นๆ และไม่ได้เอื้อให้กับเจ้าของสัมปทานรายเดิมมากเกินไป ซึ่งเบื้องต้น รมว.พลังงาน ส่งสัญญาณจะมี 2 ทางเลือก คือ ระบบสัมปทาน และระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี)
ขณะเดียวกัน สิทธิประโยนช์ผลตอบแทนรัฐที่จะได้ต้องไม่น้อยไปกว่าที่เคยได้รับ หรือมากกว่าที่เคยได้รับ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์เรียกแขก เรียกมวลชน จากกลุ่มที่คัดค้านกฎหมายปิโตรเลียมตั้งแต่ต้นต้องออกโรงมาแน่นอน และอาจทำให้นโยบายเกิดการสะดุดระหว่างทาง
ส่วนอีกเรื่องที่ได้อานิสงส์จากกฎหมายปิโตรเลียม ก็คือ การเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 21 ทั้งบนบกและในทะเล หลังจากที่ชะลอมาแล้วเกือบ 10 ปี โดยการเปิดสำรวจและผลิตแหล่งปิโตรเลียมครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2550
อย่างไรก็ตาม แผนเหล่านี้เมื่อถูกปลดล็อกโดยกฎหมายปิโตรเลียม นอกจากทำให้มีหนทางในการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองให้กับประเทศแล้ว ในแง่ของนักลงทุนไทยและต่างชาติ ที่สนใจการลงทุนในกิจการพลังงาน ก็เริ่มเห็นทิศทางนโยบายพลังงานของไทยมากขึ้น และก็หวังว่ากระทรวงพลังงานจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้มีความรัดกุม และชัดเจน โปร่งใส คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง







