posttoday
เพลี้ยระบาดนครพนม นาล่ม 1.5 หมื่นไร่

เพลี้ยระบาดนครพนม นาล่ม 1.5 หมื่นไร่

08 กันยายน 2553

เกษตรกรนครพนมเดือดร้อนหนัก หลังเกิดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดนาข้าวกว่า 1,5000 ไร่  หนักสุดในรอบ 30 ปี

เกษตรกรนครพนมเดือดร้อนหนัก หลังเกิดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดนาข้าวกว่า 1,5000 ไร่  หนักสุดในรอบ 30 ปี

เกษตรกรในพื้นที่อ.ท่าอุเทน อ.ศรีสงคราม และ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากขณะนี้ประสบปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าว สร้างความเสียหายต้นข้าวที่กำลังจะออกรวงแห้งตาย  ขยายวงกว้างแล้วกว่า  15,000  ไร่   โดยจากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดพบว่าหนักสุดในรอบ 30 ปี และไม่เคยพบมาก่อน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจหาสาเหตุ และวิธีป้องกัน เบื้องต้นสาเหตุเชื่อว่ามาจากสภาพอากาศแปรปรวนบวกกับภาวะโลกร้อน อีกทั้งมีฝนทิ้งช่วงระยะหนึ่ง พร้อมประกาศเตือนให้เกษตรกรหมั่นตรวจสอบหากพบเห็นให้เจ้าเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลทันที

นายปารถนา  ไชยศล  ผู้ใหญ่บ้านนาหนองบก หมู่ 4 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน กล่าวว่า ชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าว ทำให้ต้นข้าวแห้งตาย  เพราะเพลี้ยกระโดดจะกัดกินน้ำเลี้ยงต้นข้าว  และมีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว  ทำให้ยากต่อการป้องกันแก้ไข  ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เกษตรได้แนะนำให้มีการฉีดพ่นสารเคมี  แต่น้อยผลน้อยมาก  ทำให้พื้นที่นาข้าวเสียหายจำนวนมาก  จึงขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งมาตรวจสอบหาทางแก้ไข  เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่เคยพบมาก่อน ที่สำคัญปีนี้ชาวบ้านทำนามากขึ้น เนื่องจากข้าวราคาแพง แต่หากมาเจอปัญหาแบบนี้ต้องขาดทุนแน่นอน

ทางด้านนายฉัตรชัย  ศรีเฉลา  หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกร สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม  กล่าวว่า  ได้รับรายงานจากเกษตรอำเภอต่างๆ  ในพื้นที่นครพนม ประสบปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดหนักในนาข้าว  ทำให้พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างแล้วกว่า 15,000 ไร่  โดยเบื้องต้นได้ประสานกับหน่วยงานเกษตรทุกพื้นที่  เร่งออกสำรวจความเสียหายและหาสาเหตุ 
ทั้งนี้เพื่อหาแนวทางการป้องกันช่วยเหลือ  ซึ่งถือเป็นปัญหาศัตรูพืชที่ไม่เคยพบมาก่อนในพื้นที่นครพนม  ส่วนการป้องกันกำจัดต้องใช้วิธีพ่นสารเคมี  พร้อมประกาศเตือนพี่น้องเกษตรกรให้หมั่นตรวจสอบดูแล  หากพบเห็นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรไปตรวจสอบทันที  เนื่องจากเพลี้ยกระโดดชนิดนี้มีการขยายพันธุ์รวดเร็ว หากปล่อยไว้จะทำให้นาข้าวเสียหายทันที   

ขณะที่จ.มหาสารคาม ฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมและมีน้ำท่วมขังพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร ส่อเค้าได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงยืน ในพื้นที่ 4 ตำบล คือที่ต.นาทอง เหล่าบัวบาน กู่ทอง และต.าทอง รวม 26 หมู่บ้าน 1,442 ครัวเรือน รวมพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม 12,200 กว่าไร่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบกลุ่มไข่ของหอยเชอรี่ที่ไปวางไข่ตามต้นไม้ และต้นหญ้าบริเวณที่ถูกน้ำท่วม ในอัตราที่สูงเกษตรกรจึงควรจับไปทำลายในระยะนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดขยายวงกว้างออกไป ขณะที่ นายรังสี ปัทมามาลย์ เกษตรอำเภอเชียงยืน ได้ออกติดตามสถานการณ์ เพื่อหางทางช่วยเหลือเกษตรกรต่อไปแล้ว

ที่จ.อำนาจเจริญ สถานการณ์น้ำท่วมขังที่บ้านดอนว่าน  ต.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ อยู่ในระดับที่ทรงตัว และท่วมขังมาแล้ว 19 วันนาข้าวเน่าตายที่เสียหายจำนวนกว่า 20,000 ไร่ ที่ได้รับผลกระทบใหม่ล่าสุดคือน้ำจากลำน้ำเซบายไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่แห่งใหม่คือนาข้าวของเกษตรกรที่ตำบลจิกดู่ อ.หัวตะพานจำนวนกว่า 3,000 ไร่ สาเหตุจากน้ำเหนือยังไหลลงมาสมทบอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ปริมาณฝนตกน้อยลงแล้วก็ตามและในวันนี้ทางปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัดได้นำหญ้าแห้งมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงโคกระบือ เพราะจากสภาวะน้ำท่วมสัตว์เลี้ยงจำพวกโคกระบือได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่มีหญ้าที่จะเลี้ยงชีพได้เลย ชาวบ้านเดือนร้อนมากเพราะพื้นที่จะนำโคกระบือไปเลี้ยงโดนน้ำท่วมหมดแล้ว

ขณะนี้พบว่าถนนหนทางที่สัญจรไปมาอยู่ในสภาพที่ชำรุดเป็นจำนวนหลายส้นทางทางอำเภอกำลังออกสำรวจเพื่อที่จะนำเงินงบประมาณมาทำการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วที่สุดเนื่องจากประชาชนใช้สัญจรไปมาโดยเฉพาะเด็กๆนักเรียนนักศึกษาที่ต้องเดินทางเข้าไปเรียนหนังสือในเมืองใหญ่

ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำชีได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวของชาวบ้านในต.ขื่องคำ และ ต.ขุมเงิน อ.เมือง จ.ยโสธร จนส่งผลให้นาข้าวถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้น้ำ จำนวนกว่า 10,000 ไร่ และล่าสุดกระแสน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านปากเป่ง ต.เขื่องคำ อ.เมือง  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวลำน้ำชีและเป็นพื้นที่ลุ่มถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนภายในหมู่บ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นไว้ที่สูงและต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการไปมาหาสู่กัน

นอกจากนี้ที่จ.กาฬสินธุ์ สถานการร์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ทำให้ต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมครอบคลุม แล้ว 12 อำเภอ  โดยเฉพาะพื้นที่ติดกับลำน้ำปาว ลำน้ำชี ในเขต อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลาดและ อ.เมืองกาฬสินธุ์ นาข้าวถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายแล้ว 6 หมื่นไร่ และถนนทางการเกษตรยังเสียหายจำนวนมาก

นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ ประชาชนที่อาศัยติดกับลำน้ำชี จะต้องระวัง เพราะคาดว่าในอีก 2-3 วัน กระแสน้ำหลากจะไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ ซึ่งอาจจะทำให้มีปริมาณน้ำที่หนุนสูง แต่ในขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังชลประทานจังหวัด หาวิธีการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และคาดว่าหากในสัปดาห์นี้ฝนไม่ตกก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำที่เขื่อนลำปาว เขื่อนยังคงปล่อยให้น้ำไหลออกตามปกติเฉลี่ยวันละ 12 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำที่ 1,250 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 86 ของความจุอ่าง ประชาชนควรจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน