
แก้รถติดด้วยวินัยจราจร
การจราจรใน กทม.ยังคงวิกฤต ถึงขั้นติด 1 ใน 10 ของเมืองที่มีการจราจรติดขัดที่สุดในโลก ซึ่งมีความพยายามที่จะแก้ไขอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ และเกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อมปัญหาการจราจรมาจากหลายส่วนผสมกันอย่างละนิดละหน่อย แต่สาเหตุสำคัญมาจากการไม่เคารพกฎจราจร ขับรถโดยไม่เคารพกฎระเบียบและกติกา ส่งผลให้เกิดรถชน เกิดอุบัติเหตุทุกวัน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินสมาคมประกันวินาศภัยไทย ระบุว่า ในปี 2558 มูลค่าสินไหมทดแทนในธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 60% เป็นมูลค่าการเคลมสินไหมของประกันภัยรถยนต์ ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าอัตราการเคลมสินไหมของรถยนต์สูงถึงปีละ 6 หมื่นล้านบาท การพยายามลดความเสียหายของอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุแล้วก็จะทำให้การจราจรติดขัดตามมาโดยอัตโนมัตินั้น ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามที่จะให้นำเอาโครงการชนแล้วแยกออกมาใช้ โดยเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันก็ให้ผู้เอาประกันแจ้งประกัน แต่แยกรถคันที่เกิดอุบัติเหตุออกมาไม่ให้กีดขวางการจราจร แต่โครงการนี้ไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ เพราะเมื่อเกิดการเฉี่ยวชนกันคนขับรถก็ถ
ปัญหาการจราจรมาจากหลายส่วนผสมกันอย่างละนิดละหน่อย แต่สาเหตุสำคัญมาจากการไม่เคารพกฎจราจร ขับรถโดยไม่เคารพกฎระเบียบและกติกา ส่งผลให้เกิดรถชน เกิดอุบัติเหตุทุกวัน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ระบุว่า ในปี 2558 มูลค่าสินไหมทดแทนในธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 60% เป็นมูลค่าการเคลมสินไหมของประกันภัยรถยนต์ ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าอัตราการเคลมสินไหมของรถยนต์สูงถึงปีละ 6 หมื่นล้านบาท
การพยายามลดความเสียหายของอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุแล้วก็จะทำให้การจราจรติดขัดตามมาโดยอัตโนมัตินั้น ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามที่จะให้นำเอาโครงการชนแล้วแยกออกมาใช้ โดยเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันก็ให้ผู้เอาประกันแจ้งประกัน แต่แยกรถคันที่เกิดอุบัติเหตุออกมาไม่ให้กีดขวางการจราจร
แต่โครงการนี้ไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ เพราะเมื่อเกิดการเฉี่ยวชนกันคนขับรถก็ถกเถียงกัน เพราะการยอมรับผิดหรือถูกมีผลต่อเบี้ยประกันภัยในปีต่อไป หากมีประวัติเคลมอุบัติเหตุในปีต่อไปจะถูกขึ้นเบี้ยประกัน
เพื่อให้การชนแล้วแยกเป็นที่ยอมรับก็ควรส่งเสริมให้ติดกล้องวงจรปิดในรถยนต์ทั้งหน้าและหลังรถยนต์ เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดเหตุเพื่อระงับข้อพิพาทว่าใครเป็นฝ่ายผิดและใครเป็นฝ่ายถูก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ส่งเสริมให้มีการติดกล้องด้วยการให้ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสำหรับรถที่ติดกล้อง 5-10%
นโยบายทั้งชนแล้วแยก และลดเบี้ยประกันรถยนต์ที่ติดกล้องนั้น เป็นนโยบายที่จะช่วยลดการติดขัดจากปัญหาจราจร ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีและควรจะสนับสนุนให้เกิดขึ้น การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการจราจรก็เป็นการสอดรับกับนโยบาย 4.0 ของรัฐด้วย
อย่างไรก็ดี การลดเบี้ยประกันให้ติดกล้องหน้ารถอาจจะไม่อาจหวังผลได้สูงว่าจะช่วยให้การชนแล้วแยกเพื่อลดปัญหาการจราจรประสบความสำเร็จ เพราะบริษัทประกันมีการจูงใจด้วยการลดเบี้ยประกันประวัติดีให้ 30% สำหรับผู้ที่ขับขี่แล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ ในขณะเดียวกันเมื่อมีเคลมก็อาจจะถูกขึ้นเบี้ยประกัน ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้การเคลมลดลง
การติดกล้องในรถยนต์ไม่ได้ช่วยให้อุบัติเหตุลดลง แต่เป็นการช่วยให้ตำรวจทำคดีได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะลดการถกเถียงกันลง และไม่ว่าจะเป็นมาตรการใดที่ออกมาเพื่อจูงใจ ก็กลับมาที่เรื่องเก่าคือ การไม่มีวินัยในการขับขี่ ไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งเรื่องนี้จะต้องสร้างความตระหนักขึ้นในตัวผู้ขับขี่ให้ได้
นอกจากนี้ การลงโทษผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นเมาแล้วขับ ขับรถโดยประมาท ต้องใช้มาตรฐานเดียว ไม่ว่าจะขับรถหรู นามสกุลดัง หรือขับรถเก่า เป็นคนเดินดินกินข้าวแกง ก็ล้วนต้องรับโทษจากการกระทำเหมือนกัน เพื่อให้เกิดการเข็ดหลาบ







