
ชินวรณ์อ้างส่งช่างกลไปใต้ยังไม่ใช่นโยบาย
ครม.อนุมัติให้ศธ.เป็นเจ้าภาพแก้เด็กตีกัน ให้เร่งสร้างเครือข่ายภาคปชช.-หน่วยงานรัฐร่วมกำหนดมาตรการ ขู่หากสถาบันศึกษามีเหตุวิวาทซ้ำซ้อนเจอพิจารณาปิดถาวรทันที ด้านชินวรณ์ปัดยังไม่มีนโยบายส่งช่างกลไปใต้ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น
ครม.อนุมัติให้ศธ.เป็นเจ้าภาพแก้เด็กตีกัน ให้เร่งสร้างเครือข่ายภาคปชช.-หน่วยงานรัฐร่วมกำหนดมาตรการ ขู่หากสถาบันศึกษามีเหตุวิวาทซ้ำซ้อนเจอพิจารณาปิดถาวรทันที ด้านชินวรณ์ปัดยังไม่มีนโยบายส่งช่างกลไปใต้ ชี้เป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน โดยให้ศธ.เป็นเจ้าภาพ ประสานงานส่วนราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กทม. เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหา รวมทั้งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อส่งเสริมความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา
"มาตรการที่ครม.ได้ให้ความเห็นชอบเป็นมาตรการที่กระทรวงเสนอมา 2ประเด็นคือ 1.มาตรการเชิงรุก ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องในเรื่องที่จะให้สถานศึกษาทำประวัตินักเรียน เป็นรายบุคคล เพื่อร่วมมือกับสถานีตำรวจ รวมทั้งเพื่อให้สารวัตรนักเรียนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โรงเรียนกลุ่มเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง"นายชินวรณ์กล่าว
นอกจากนี้ยังจะมีการจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อให้เข้ามาร่วมมือกัน กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นกลุ่มนักเรียนด้วยกัน กลุ่มภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง ที่จะเข้ามาช่วยเหลือดูแลนักเรียนหลังเลิกเรียน และช่วยเรียนพิเศษ และยังมีกลุ่มภาคีเครือข่ายกับภาคประชาชน เช่น กลุ่มครู ตำรวจ อปพร.
อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขจะให้กรมสุขภาพจิตเข้ามาโครงการร่วมกันในการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และเด็กนักเรียนที่มีปัญหาครอบครัว ก็จะได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สถานพินิจคุ้มครองเด็กด้วย
สำหรับ มาตรการที่ 2.มาตรการระยะยาว ที่สำคัญคือกระทรวงศึกษาธิการต้องบูรณาการหลักสูตร เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา มีวินัยในตัวเอง มีจิตสาธารณะ และมีความเป็นพลเมืองดี รวมทั้งจะให้มีการวิจัยเพื่อค้นหาองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน และนำสู่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืนต่อไป
"หากสถานศึกษาไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้ และเป็นสถานศึกษาที่นักเรียนได้มีกรณีวิวาทกันซ้ำซ้อน ขั้นตอนแรกเราจะสั่งปิดชั่วคราว จากนั้นหากมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำซ้อนอีก จะนำไปสู่การการเพิกถอนใบอนุญาตและสั่งปิดถาวร"นายชินวรณ์กล่าว
สำหรับเรื่องการส่งนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ยังไม่ใช่นโยบายของศธ. แต่เป็นเพียงข้อเสนอแนะในที่ประชุมระหว่างศธ.กับสถานศึกษา แต่ยืนยันว่า มีนโยบายให้นักเรียนที่มีปัญหาดังกล่าวไปบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ แต่คงไม่ใช่ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งอาจมีการจัดทำหลักสูตรร่วมกับทหารที่เคยทำ เช่น วิวัฒพลเมือง
นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยอมรับปัญหาส่วนหนึ่งมาจากว่ากระบวนการจัดการศึกษา ที่ต้องมุ่งเน้นพัฒนาคน ความเป็นพลเมือง จึงเป็นเป้าหมายหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งกระทรวงได้เตรียมการเรื่องนี้ และจะมีการปรับปรุงหลักสูตร การเรียนการสอน ประเมินผล เพื่อนำไปสู่การสอนในเรื่องความรู้ร้อยละ 70 ของเวลาทั้งหมด ส่วนร้อยละ 30 มุ่งเน้นให้เด็กพัฒนาในความเป็นคนดีเพิ่มขึ้น







