
"ทนายสงกานต์" นำคลิปสนทนากลุ่มคนร้ายฆ่าน้องปอนด์มอบให้ตำรวจ
"ศรีวราห์" สั่งโอนคดีน้องปอนด์มากองปราบ รอส่งสำนวนจากภาค7 ด้านทนายสงกรานต์เผยหลักฐานเด็ด คลิปสนทนากลุ่มคนร้าย
"ศรีวราห์" สั่งโอนคดีน้องปอนด์มากองปราบ รอส่งสำนวนจากภาค7 ด้านทนายสงกรานต์เผยหลักฐานเด็ด คลิปสนทนากลุ่มคนร้าย
จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ญาติของ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน หรือน้องปอนด์ นักศึกษาชั้นปีที่4 มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายและใช้ไขควงแทงที่ศีรษะจนเสียชีวิต ต่อมา นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยมารดาและญาติน้องปอนด์ จะเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยการคุ้มครองเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล และขอให้โอนคดีการสืบสวนมายังกองบังคับการปราบปราม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายสงกานต์ ได้เดินทางมาเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิจของนายธีระพงษ์ หลังจากวานนี้ได้มีการโอนคดีมาที่กองปราบปราม ว่า วันนี้ได้นำพยานหลักฐานมอบพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยหนึ่งในนั้นเป็นหลักฐานจากกลุ่มผู้ต้องหาด้วยกันเอง เป็นคลิปเสียงบันทึกคำสนทนาระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาหลังเกิดเหตุ ซึ่งมีความยาว 30 นาที เนื้อหาใจความในคลิปนั้นเป็นการพูดคุยกันจับใจความได้ว่า “ไม่น่าทำรุนแรงแบบนี้ แต่หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุบอกว่าก็ทำไปแล้ว”
ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรายละเอียดบางประเด็นที่พยานยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากไม่กล้า รวมทั้งได้สอบปากคำหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นลูกตำรวจ โดยเบื้องต้นเจ้าตัวยังปฏิเสธ แต่มีพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวร่วมก่อเหตุ เนื่องจากขณะก่อเหตุบางขณะไฟในห้องได้เปิดขึ้น ทำให้พยานจำใบหน้าได้
ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ กล่าวอีกว่า โดยทางญาติของผู้เสียหายนั้นเกรงว่าจะมีการข่มขู่ญาติและพยาน จึงเข้าร้องเรียนต่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีทั้งลูกบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายเป็นคนภาคใต้ นอกพื้นที่ เกรงว่าหากคดีอยู่ในพื้นที่เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทั้งนี้ยังได้ข้อมูลอีกว่าหลังเกิดเหตุ มีการเข้ามาข่มขู่ครอบครัวและพยานที่เห็นเหตุการณ์ อีกด้วย โดยทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ระบุว่า หลังจากนี้ จะมีการลงพื้นที่ปราบปรามผู้มีอิทธิพลอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพยานที่น่าจะเป็นประโยชน์อีก 3-4 ปาก ที่ตนเองจะพามาพบพนักงานสอบสวนด้วย
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องในคดีมีมากกว่า 20 คน โดยพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีน่าจะเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ และสาเหตุนั้นจากหลักฐานที่มีเชื่อว่าประเด็นชู้สาวเพียงนิดเดียวเท่านั้น สาเหตุหลักน่าจะมาจากการเอาคืน และเป็นการเอาคืนหรือทำร้ายผิดตัว โดยในอาทิตย์วันที่ 12 มี.ค. นี้ ทางญาติจะเคลื่อนย้ายศพมาให้สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าทางคดี
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นญาติผู้เสียชีวิตเกิดความกังวลและไม่สบายใจ กลัวอีกฝ่ายข่มขู่เอาชีวิต จึงร้องขอให้โอนคดีจาก สภ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มาที่กองปราบปราม ซึ่งได้สั่งโอนย้ายคดีดังกล่าว โดยให้ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม รับไปดำเนินการสอบสวนต่อแล้ว ส่วนนายอธิบดี กุญแจทอง1 ใน 16 ผู้ต้องหา ที่ถูกออกหมายจับ ที่เดินทางมามอบตัว ล่าสุดตำรวจได้ควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาไปแล้ว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวตั้งข้อสงสัยถึงการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งหมดสามารถกระทำได้ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมด มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ทั้งที่ยังไม่ออกหมายเรียกหรือมีหมายจับ เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ป.วิอาญา ได้มอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนสามารถพิจารณาปล่อยตัวได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ใดๆ แต่อย่างไรก็ตามมองว่าคดีนี้ไม่มีความสลับซับซ้อน และมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน
ขณะที่พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการโอนสำนวนคดีจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มายังกองปราบปราม ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบถามผบช.ภ.7 ทราบว่ายังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งให้โอนคดีอย่างเป็นทางการ จึงต้องรอหนังสือคำสั่งดังกล่าวเสียก่อน โดยหากสำนวนถูกโอนถึงกองปราบปรามแล้ว ตนจะมอบหมาย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.เป็นผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งจะต้องอ่านรายละเอียดสำนวนทั้งหมด และหากติดใจสงสัย ก็จะเรียกกลุ่มต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง โดยยืนยันว่า ไม่มีการเรียกผู้ต้องหาทั้งหมด มาสอบปากคำในวันนี้ เนื่องจากต้องรอสำนวนคดีก่อน







