posttoday
สว.ถล่มงบฯ54 หวั่นคอร์รัปชันหนัก

สว.ถล่มงบฯ54 หวั่นคอร์รัปชันหนัก

07 กันยายน 2553

การประชุมวุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 2.07 ล้านล้านบาทซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยที่สำคัญ ดังนี้

1.สว.ส่วนใหญ่กังวลปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดจากการรั่วไหลของการใช้งบประมาณ เนื่องจากมีข้อมูลจากภาคเอกชนว่า โครงการต่างๆ มีการรั่วไหลอย่างน้อย 3050% โดย สว.ส่วนใหญ่ได้แนะนำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กวาดล้างการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยไม่ต้องปิดตาข้างเดียวปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลคอร์รัปชันแบบที่ผ่านมา เพื่อยุติการเมืองล้มเหลวตามที่อภิสิทธิ์เคยประกาศเอาไว้ และเห็นว่าหากนายกฯ ยังนิ่งเฉยกฎเหล็ก 9 ข้อที่เคยประกาศไว้ จะขึ้นสนิมและเป็นเพียงผงเหล็กเท่านั้น

ทั้งนี้ เบื้องต้นรัฐบาลต้องมีการชี้แจงเรื่องความไม่โปร่งใสในโครงการต่างๆ ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเรือเหาะ เครื่องตรวจจับระเบิด จีที 200 โครงการบัตรสมาร์ตการ์ด โครงการเช่าคอมพิวเตอร์ 3.4 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

2.ปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เพราะการตั้งงบประมาณขาดดุลติดต่อกันเป็นปีที่ 14 และในปี้ถือว่ามีการตั้งงบประมาณสูงสุดถึง 2.07 ล้านล้านบาท สูงสุดในประวัติ ศาสตร์ โดยเป็นรายจ่ายประจำถึง 80% หรือ 1.6 ล้านล้านบาท เชื่อว่าจะทำให้การเก็บรายได้ไม่เป็นไปเป้าที่วางไว้ เพราะงบลงทุนน้อยมาก ทำให้ต้องกู้มา 4.2 ล้านล้านบาท ส่งผลให้เกิดหนี้สาธารณะสูงถึง 4.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 52% ของจีดีพี แต่รัฐบาลไม่ได้มีการกำหนดทิศทางว่าจะมีการใช้หนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นอย่างไร ในที่สุดอาจจะเป็นภาระต่อประชาชนในอนาคตได้

3.เรื่องการบูรณาการภารกิจต่างๆ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ มีประสิทธิภาพ โดยต้องเอาภารกิจเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เอาหน่วยงานเป็นที่ตั้งแบบที่ผ่านมา เพราะจะทำให้มีการสร้างอาณาจักรของตัวเองได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ที่หน่วยงานต่างๆ ได้แย่งกันตั้งงบประมาณ แต่ตลอด 6 ปีผ่านมาที่มีการใช้งบประมาณกว่า 1.2 แสนล้านบาท แต่การแก้ปัญหากลับไม่มีความก้าวหน้าและไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง อีกทั้งควรมีการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยต้องมีการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้มีการกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลางเป็นรัฐรวมศูนย์แบบที่ผ่านมา เพราะหากมีการวิ่งเต้นจะเกิดการคอร์รัปชันได้

4.การตั้งงบประมาณที่ยังไม่เอื้อต่อคนยากจนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับผู้มีรายได้น้อย เพราะมุ่งเน้นแต่เรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ไม่มีการพูดถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาของราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกร

5.สว.ส่วนใหญ่เห็นว่าการจัดงบประมาณที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน แต่เป็นการจัดงบเพื่อรอจัดการเลือกตั้งและตอบโจทย์ฝ่ายการเมืองมากกว่า เห็นได้จากการตั้งงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมสูงถึง 1.68 แสนล้านบาท และกระทรวงมหาดไทยสูงถึง 2.3 แสนล้านบาท สะท้อนว่าล้วนแล้วแต่เป็นการเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสิ้น

6.สว.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นเงินเดือน สส. สว. เพราะไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ และทำให้ภาพลักษณ์นักการเมืองตกต่ำมาก การเพิ่มเงินเดือนให้นักการเมืองจะเพิ่มความเสื่อมให้กับนักการเมือง และมีโอกาสที่อำนาจนอกระบบจะเข้ามาอีกได้

ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธุ์ สว.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาการโกงกินในรัฐบาลชุดนี้สัมผัสได้และน่าเกลียด คนที่ทำกำลังได้ใจ เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่ใสสะอาดคอยคุ้มครองสิ่งที่เน่าเหม็นอยู่ โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทยที่มีข่าวว่างบประมาณมีการกระจุกตัวในบางพื้น และข่าวการซื้อตัว สส.เข้าพรรคที่ดูแลกระทรวงนี้อยู่พอดี จึงน่าสงสัยว่าการจัดสรรงบปีนี้ เหมือนเป็นงบที่จัดสรรเพื่อเตรียมการเลือกตั้งหรือไม่

“ผมเคารพพรรคประชาธิปัตย์ แต่การอาศัยนั่งร้านเพื่อยืมจมูกคนอื่นหายใจ จนเกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ จะรับผิดชอบอย่างไร ดังนั้นอยากถาม ครม.มีตัวชี้วัดการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ ทำไมรัฐบาลไม่เข้มงวดเรื่องธรรมาภิบาลให้มากกว่านี้” ประเสริฐ กล่าว

สมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณต้องรับฟังจากรากหญ้า ไม่ใช่จากข้างบนอย่างเดียว และเรื่องปัญหาหนี้สาธารณะที่น่าจะเป็นอันตรายในอนาคต เพราะงบลงทุนน้อยมากจะเป็นภาระต่อประชาชนในที่สุด โดยนายกฯ ต้องทำให้มีการรั่วไหลน้อยที่สุด เพราะนายกฯ อายุยังน้อย สามารถเลือกทาง เป็นรัฐบุรุษได้ ดังนั้นนายกฯ ต้องเข้าไปแก้ไขโครงการต่างๆ เพื่อทำให้เกิดความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่มีการตั้งงบประมาณสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ที่บริษัทที่ประมูลได้เป็นบริษัทของคนในรัฐบาล โครงการบัตรสมาร์ตการ์ด โครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการประมูล 3จี ฯลฯ เหล่านี้ต้องการคำตอบจากรัฐบาลเรื่องความโปร่งใสทั้งสิ้น

คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า ไม่สามารถโหวตรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ เพราะเป็นกฎหมายที่ไม่สามารถยุติการเมืองที่ล้มเหลวตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้ เพราะการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สาธารณะ และการช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเท่าที่เห็นก็เป็นเพียงการจัดงบประมาณเพื่อรองรับการเลือกตั้งเท่านั้น

ด้าน อภิสิทธิ์ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องการทุจริตตนมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวมาตลอด โดยเรื่องการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันนั้น ขณะนี้ได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อศึกษาปัญหาดังกล่าวร่วมกันแล้ว โดยเฉพาะในธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี อย่างไรก็ตามการวิพากษ์วิจารณ์โครงการต่างๆ ตนเองจะไม่ยอมปล่อยผ่านไปโดยเด็ดขาด อย่างเช่น โครงการรถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งความจริงไม่ได้ริเริ่มในรัฐบาลนี้ แต่รัฐบาลได้ย้ำแล้วว่าจะต้องมีความโปร่งใส จึงมีการตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องดังกล่าวแล้ว เพราะหากรัฐบาลมีเจตนาแอบแฝงจริงคงไม่ให้มีการนำเรื่องดังกล่าวมาศึกษาอย่างจริงจัง ส่วนโครงการขยายต่อสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเพียงความต้องการการอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารเท่านั้น

“ทุกเรื่องผมไม่ได้เพิกเฉย แต่ได้เอาใจใส่ มีการสอบสวนทุกเรื่อง และจะดำเนินการเอาจริงเอาจัง ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม และการทำงานในเชิงป้องกันที่กำลังดำเนินการจะเป็นแนวทางป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ดังนั้นขอให้ความมั่นใจว่าจะรักษาผลประโยชน์ จะไม่อุ้มชูในเรื่องที่ผิดเด็ดขาด” อภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน