posttoday
ม.44ต้องไม่พร่ำเพรื่อ

ม.44ต้องไม่พร่ำเพรื่อ

05 มีนาคม 2560

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้ประกาศใช้มาตรา 44

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้ประกาศใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ไปแล้วกว่า 139 ครั้ง ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีหลักการแก้ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อต้องการทำให้งานต่างๆ เดินไปได้อย่างรวดเร็ว

แต่อีกมุมสังคมกลับมองว่า การใช้มาตรา 44 ที่รัฐบาลคิดว่าจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วนี้ สุดท้ายจะได้ผลลัพธ์ไม่คุ้มเสีย เพราะไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้างอย่างแท้จริง เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากไม่ได้มีการศึกษาพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนก่อนเริ่มแก้ไข

ตัวอย่างล่าสุด รัฐบาลยังเตรียมใช้มาตรา 44 เร่งรัดการจดสิทธิบัตรที่คงค้างมานานกว่า 10-20 ปี ในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์กว่า 1.2 หมื่นฉบับ ให้เสร็จภายใน 3 เดือน โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่ามิเช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและการแข่งขันในต่างประเทศ

ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศน่าจะอยู่ที่ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายของประเทศไทยมากกว่าสิทธิพิเศษใดๆ ที่รัฐบาลนี้ได้มอบให้ด้วยการใช้มาตรา 44 ซึ่งไม่มีความมั่นคงยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนได้แสดงความไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะเกรงว่าจะมีการเปิดทางให้มีการจดสิทธิบัตรยา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่และยังอาจทำให้ตลาดยาเกิดระบบผูกขาดทำให้คนไทยต้องซื้อยาแพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องนี้รัฐบาลควรต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนผลิตนวัตกรรมใหม่ของประเทศ สวนทางนโยบายสนับสนุนสตาร์ทอัพ “Startup” ของรัฐบาล ที่อยากให้คนไทยผลิตนวัตกรรมเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ ก็จะถูกปิดกั้นทันที

นอกจากนี้ การใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาประมงเพื่อหวังให้ไทยหลุดพ้นใบแดงจากสหภาพยุโรป (อียู) ช่วงแรกก็มีมาตรการตรวจเข้มเรือประมงตั้งแต่ตอนออกและเข้าฝั่ง รวมถึงตราทั้งบนบกและกลางทะเล ซึ่งยอมรับว่ามาตรการที่เข้มงวดนี้เป็นระบบที่รัฐบาลในอดีตไม่เคยมีการทำมาเลย เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล

แต่การดำเนินการนี้อีกมุมกลับส่งผลกระทบต่อด้านแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เมียนมา ลาว กัมพูชา และอาหารในกิจการประมงทะเล เพราะการตรวจเข้มกลับทำให้แรงงานต่างด้าวหนีขึ้นไปทำงานบนฝั่ง จนขณะนี้กระทรวงแรงงานต้องรีบบินไปเจรจรา ดึงแรงงานเวียดนามเข้ามาทำงานเสริมในกิจการประมงทะเลแทน และที่สำคัญปัญหาจากการขาดแคลนแรงงานประมงก็จะทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้น

และอีกเรื่องใกล้ตัวรัฐบาลคือ การใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการสีเทา หรือคนที่ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตเข้ากรุ จนข้าราชการพากันกลัวมาตรา 44 จนไม่กล้าจะตัดสินใจทำอะไร จึงทำให้งบประมาณโครงการต่างๆ ค้างท่อเป็นจำนวนมาก และยังไม่นับรวมถึงการใช้มาตรา 44 ในการตามจับกุมตัวพระธัมมชโย ซึ่งมีความยืดเยื้อส่อเค้าบานปลาย ทำให้เกิดคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของมาตราดังกล่าว

สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่าการใช้มาตรา 44 โดยที่ไม่มีการศึกษาให้รอบคอบจะเกิดปัญหาซ้อนปัญหาตามมา ซึ่งจะสร้างความเสียหายในอนาคตได้ แม้รัฐบาลมีความพยายามและความตั้งใจแก้ปัญหาต่างๆ ให้มีความรวดเร็ว แต่ถ้าหากไม่มีการศึกษา วางรูปแบบแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รอบคอบอาจทำให้งานไม่ได้ผลสรุปเป็นอย่างที่รัฐบาลหวังไว้

ดังนั้น มาตรา 44 เปรียบเสมือนดาบสองคม การที่รัฐบาลจะใช้ทำอะไรควรคิดให้รอบคอบ อย่าใช้พร่ำเพรื่อ ศึกษาให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสียของเปล่า

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69