
สกัดธรรมกายปล่อยข่าว
ดีเอสไอขู่เอาผิดธรรมกายปล่อยข่าวเท็จ จ่อเอาผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ
ดีเอสไอขู่เอาผิดธรรมกายปล่อยข่าวเท็จ จ่อเอาผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีวัดพระธรรมกายได้ประชุมหารือกันแล้วเห็นว่ากรณีวัดพระธรรมกายให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.พัฒนา เชียงแรง อาจจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง เช่นเดียวกับกรณีของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
โฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณา โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการขัดหมาย นอกจากนี้จะมีการพิจารณาถึงพระสงฆ์รูปอื่นด้วย
"ได้มีการประชุมเพื่อหารือกันว่าหากปล่อยให้กระทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในการทำงานมากขึ้น เรากำลังมองว่าตรงนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญของฝ่ายผู้ต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อยู่ ซึ่งตอนแรกเราก็พยายามจะไม่ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสาร แต่ตอนหลังมันไม่ใช่ มันเป็นข่าวสารบิดเบือน ทำให้สังคมสับสน ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาอยู่ หากเข้าข่ายความผิดก็คงไปร้องทุกข์ดำเนินคดีอีกครั้ง" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ามีมาตรา 44 แล้วทำให้เกิดคนตาย ทั้งคนขับรถพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่นิติเวช ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กันหมดทุกอย่าง และภายในวัดพระธรรมกายก็มีสถานพยาบาล จะเป็นประเด็นมาโทษเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร
"พูดอย่างนี้เป็นการปลุกระดม เรื่องแค่นี้จะมาไอโอ (Information Operation หรือ ปฏิบัติการข่าวสาร) อะไรกัน" พล.อ.ประวิตร กล่าว
ด้านญาติ ซึ่งเดินทางมารับศพ น.ส.พัฒนา กล่าวว่า ใบรับรองการตายของแพทย์ได้ระบุว่าผู้ตายเสียชีวิตมาจากปอดอักเสบติดเชื้อ เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นหากทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพราะทำให้ติดต่อกันไม่ได้ คนป่วยหรือคนเจ็บจะไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้เลย
บรรยายภาพ - เจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษพร้อมลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย และสื่อมวลชน เข้าตรวจดูอาคารที่พักของอาสาสมัคร ที่เกิดเหตุหญิงวัยกลางคนเสียชีวิต ณ บริเวณหมู่บ้านศาสนูปถัมภ์ เฟส 1 ฝั่งตรงข้ามประตู 14 หลังวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจวิเคราะห์หาถึงสาเหตุการเสียชีวิต - ภาพ :พัฒนพงษ์ หิรัญ อาจ







