
ตร.แจงเด้งผกก.คลองหลวงไม่เกี่ยวข่าวลือเป็นศิษย์ธรรมกาย
รองโฆษกตำรวจแจงย้าย "ผกก.คลองหลวง" เพื่อความเหมาะสมเพราะต้องการคนช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติราชการ ยันไม่เกี่ยวลือเป็นศิษย์ธรรมกาย
รองโฆษกตำรวจแจงย้าย "ผกก.คลองหลวง" เพื่อความเหมาะสมเพราะต้องการคนช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติราชการ ยันไม่เกี่ยวลือเป็นศิษย์ธรรมกาย
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 (ผบช.ภ.1) มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรภาค 1 (ศปก.ภ.1 )และให้ พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รองผบก.ปทุมธานี รรท.ผกก.คลองหลวงแทน ว่า มีคำสั่งจริง และให้ไปปฎิบัติหน้าที่ ศปก.บช.ภ.1 ด้วยเหตุผลที่ ผบช.ภ.1ต้องการตัวมาช่วยงานที่ ศปก. เนื่องจาก พ.ต.อ.เขมพัทธ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านพื้นที่ และมีความจำเป็นต้องใช้งานในส่วนตรงนี้ เพราะงาน ศปก.เป็นงานที่สำคัญ ต้องดูแลภาพรวม และมอบให้ พ.ต.อ.สามารถ รับผิดชอบแทน เพื่อที่จะให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนจะให้ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ รับผิดชอบงานเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอีกหรือไม่ อยู่ที่ ผู้บังคับบัญชาจะมอบหมายงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่า พ.ต.อ.เขมพัทธ์ เป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนั้น รองโฆษกตร.กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการใช้งานที่เหมาะสมกับพื้นที่มากกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนจะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มี อย่างไรก็ตามคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเรามีวินัย ปฏิบัติตามคำสั่งอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งคนอื่นมารักษาการแทน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการปฎิบัติงานใน สภ.คลองหลวง และวัดพระธรรมกาย อย่างไรบ้าง พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในการปฎิบัติ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรามีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ 3,000 นายต่อวัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวัน มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เนื่องจากเราเป็นฝ่ายสนับสนุนกำลังให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้น ส่วนเรื่องยุทธการต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับดีเอสไอเป็นผู้กำหนด โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความเป็นห่วงในเรื่องของมือที่สาม เพราะที่ผ่านมามีการจับกุมผู้ต้องหาหลายราย ทั้งที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มี ได้มีการสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่
เมื่อถามว่า พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันทน์ อดีตผู้บังคับการผบก.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นมือที่ 3หรือ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ก็ถ้าใครเป็นมือที่สามก็เป็น ตนไม่ได้ระบุชื่อ จะเป็นมือหนึ่ง สอง สาม ก็แล้วแต่ ถ้าเข้ามาก่อกวน ถือว่าเป็นภัยต่อพื้นที่ควบคุม ส่วนการยกระดับผู้ชุมนุม 700-800 คนนั้น จะมีการเฝ้าระวัง ทางการข่าวของเจ้าหน้าที่มีอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติของยุทธการ จะมีการกำหนดสถานการณ์ แต่การตัดสินใจจะดำเนินการอย่างไร ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นคนกำหนด ส่วนจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปหรือไม่นั้น จำนวนเจ้าหน้าที่จากปฎิบัติการวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เราเริ่มจากปริมาณหนึ่ง และมีการลดปริมาณลง เมื่อสถานการณ์ไปในทิศทางที่ควบคุมได้
เมื่อถามถึงราคาข้าวกล่องสำหรับตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ขณะนี้มีการปรับราคาจาก 80 บาท เหลือ 50 บาท แล้วนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่าเรื่องนี้น่าจะจบแล้ว เรื่องราคาข้าวในตอนนี้ ได้มอบหมายให้ทางผู้ที่รับผิดชอบหน่วยใครหน่วยมันไปดำเนินการและจัดการกันเอง เรื่องอาหารการกิน เพื่อที่จะลดข้อครหาต่างๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องค่าข้าวที่ราคา กล่องละ 80 บาทนั้น ไม่เฉพาะแต่ข้าวยังมีค่าน้ำดื่มด้วย







