
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (9)
เมื่องานพระศพเสร็จแล้ว พระอัฐิกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทจะประดิษฐานอยู่ที่ไหนข้อนี้ยังเป็นที่กังขาอยู่
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
เมื่องานพระศพเสร็จแล้ว พระอัฐิกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทจะประดิษฐานอยู่ที่ไหนข้อนี้ยังเป็นที่กังขาอยู่ ถ้าว่าโดยสถานซึ่งควรเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิกรมพระราชวังบวรฯ ที่ในวังหน้าก็คือ พระวิมานองค์ใดองค์หนึ่ง แท้จริงตามที่ปรากฏจนชั้นหลัง พระอัฐิกรมพระราชวังบวรฯ ทั้ง 3 รัชกาลก็ประดิษฐานในพระวิมานองค์กลาง คือ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศร์ แต่ความปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุและพงศาวดารว่า เมื่อครั้งอุปราชาภิเษกกรมพระราชวังบวร รัชกาลที่ 2 ตั้งพิธีเฉลิมพระราชมนเทียรที่พระวิมานองค์เหนือ คือ พระที่นั่งพรหมเมศธาดา และกรมพระราชวังบวรพระองค์นั้นเสด็จสวรรคตในพระวิมานองค์กลาง
เหตุทั้งสองอย่างนี้ขัดกับจะเป็นที่ประดิษฐาน พระอัฐิกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทส่วนพระวิมานองค์ใต้ คือ พระที่นั่งวสันตพิมานนั้น ก็ปรากฏว่าเป็นที่เฉลิมพระราชมนเทียรครั้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวบวรราชาภิเษก ขัดกับเป็นที่ไว้พระอัฐิอีก พระอัฐิกรมพระราชวังบวรฯ รัชกาลที่ 2 เดิมประดิษฐานอยู่ในพระราชวังหลวง เพิ่งเชิญขึ้นไปไว้วังหน้าเมื่อรัชกาลที่ 4 ดังนี้ หรือพระอัฐิกรมพระราชวังบวร รัชกาลที่ 1 เดิมพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจะโปรดให้เชิญมาไว้ด้วยกันกับพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกที่ในพระราชวังหลวง จะเพิ่งเชิญกลับขึ้นไปประดิษฐานไว้วังหน้าเมื่อในรัชกาลที่ 3 หรือรัชกาลที่ 4 นั้นเอง และถ้าจะเชิญไปแต่รัชกาลที่ 3 ก็มีเหตุอันสมควร เพราะกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพได้ทรงปฏิสังขรณ์พระราชมนเทียรสถานในวังหน้าให้คืนดีอย่างเก่า
อีกประการหนึ่งเป็นพระราชบุตรเขยของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทด้วย ข้อนี้ขอให้ผู้ศึกษาหาความรู้ได้พินิจพิเคราะห์ตามข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏต่อไปเถิด
ส่วนการพระเมรุแต่นั้นก็เลยเป็นประเพณี เวลามีงานพระเมรุท้องสนามหลวงจึงเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกสมโภชก่อนงานพระศพสืบมาจนรัชกาลหลังๆ
สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงดำรงพระยศอยู่ได้ 21 ปี ก็เสด็จสวรรคตทรงมีพระโอรส-ธิดา รวมทั้งสิ้น 43 พระองค์ ทรงเป็นต้นราชสกุล อสุนี ณ อยุธยา สังขทัต ณ อยุธยา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนีรสิงห์ ณ อยุธยา
เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จสวรรคตแล้ว 3 ปี ถึงปีขาล ปี 2349 กรมพระราชวังหลังทิวงคต พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงพระราชทานอุปราชาภิเษกแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ให้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ความปรากฏในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ครั้งนั้นคุณเสือกราบทูลว่าพระราชวังบวรฯ ร้างไม่มีเจ้าของทรุดโทรมยับเยินไป เหย้าเรือนข้างในก็ว่างเปล่ามาก ขอพระราชทานให้เชิญเสด็จกรมพระราชวังบวรฯ พระองค์ใหม่ขึ้นไปทรงครอบครองจึงจะสมควร
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ดำรัสว่า “ไปอยู่บ้านช่องเขาทำไม เขารักแต่ลูกเต้าของเขา เขาแช่งเขาชักไว้เป็นนักเป็นหนา” และดำรัสต่อไปว่า พระองค์ก็ทรงพระชรามากอยู่แล้วกรมพระราชวังบวรฯ พระองค์ใหม่อย่าต้องเสด็จไปอยู่พระราชวังบวรฯ เลย คอยอยู่พระบรมมหาราชวังทีเดียวเถิด ไม่ต้องประดักประเดิดยักแล้วย้ายเล่าเลย เมื่อทำพระราชพิธีอุปราชาภิเษกแล้ว จึงโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จคงประทับอยู่ที่พระราชวังเดิม ที่ใต้วัดอรุณราชวรารามต่อมาจนสิ้นรัชกาลที่ 1
คงจะต้องกล่าวถึงเรื่องพระราชพิธีอุปราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยให้พิสดารสักหน่อย ด้วยเกี่ยวเนื่องถึงตำนานวังหน้าในรัชกาลหลังๆ ต่อไป คือ เมื่อแรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์นั้น แบบตำราราชประเพณีสำหรับราชการครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นอันตรายหายสูญไปเสียเมื่อกรุงแตกแม้การพระราชพิธีปราบดาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็ต้องทำแต่พอเป็นสังเขป ส่วนพระราชพิธีอุปราชาภิเษก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทก็ต้องทำแต่อย่างสังเขปเหมือนกัน ลักษณะการพระราชพิธีอุปราชาภิเษกครั้งนั้น ถึงไม่มีจดหมายเหตุปรากฏก็มีหลักในทางสันนิษฐาน พอคาดได้ไม่ห่างไกลว่าทำอย่างไร เนื่องด้วยพระราชพิธีเฉลิมพระราชมนเทียรในพระราชวังบวรฯ ที่สร้างใหม่ในเวลานั้นกรมพระราชวังบวรฯ ประทับอยู่ที่พระนิเวศน์เดิม ตรงป้อมพระสุเมรุเดี๋ยวนี้คงเสด็จโดยกระบวนแห่ทางชลมารค มาทรงสดับพระปริตรที่พระราชมนเทียรใหม่ในพระราชวังบวรฯ 3 วัน ถึงวันพระฤกษ์ เสด็จมาสรงอภิเษกในพระราชวังบวรฯ แล้วเสด็จลงมารับพระราชทานพระสุพรรณบัฏที่พระราชวังหลวง แล้วจึงเสด็จกลับไปขึ้นเฉลิมพระราชมนเทียร รูปการพระราชพิธีอุปราชาภิเษกครั้งแรกคงจะเป็นเช่นว่ามานี้ ไม่ผิดนัก
แบบอย่างพระราชพิธีอุปราชาภิเษกครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่พระมหาอุปราชเฉลิมพระราชมนเทียรที่วังจันทรเกษมด้วย ก็น่าจะเป็นทำนองเดียวกับที่กล่าวมานี้ คือทำการพิธีที่วังหน้า เสด็จไปทรงฟังสวด 3 วัน เช้าวันที่ 4 ทรงอภิเษกแล้วเสด็จลงมารับพระราชทานพระสุพรรณบัฏที่พระราชวังหลวง แล้วจึงกลับไปเฉลิมพระราชมนเทียร สันนิษฐานว่าจะเพิ่งมามีแบบแปลกขึ้นเมื่อในแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศครั้งพระราชทานอุปราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ เป็นกรมพระราชวังบวรฯ ด้วยเวลานั้นพระเจ้าบรมโกศประทับอยู่วังจันทรเกษม เจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์เสด็จในพระราชวังหลวง (เข้าใจว่าที่ตำหนักสวนกระต่าย) จึงโปรดให้ทำการพิธีอุปราชาภิเษกในพระราชวังหลวง แล้วให้เสด็จประทับอยู่ตำหนักที่เดิมต่อไป ไม่มีพิธีเฉลิมพระราชมนเทียร







