posttoday
การท่องเที่ยวแบบตามกันไป

การท่องเที่ยวแบบตามกันไป

19 กุมภาพันธ์ 2560

เที่ยวที่ไหนๆ แล้วหงุดหงิดอย่างนี้ไหม?หงุดหงิดกับ “วิธีการในการขาย” สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณี

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

เที่ยวที่ไหนๆ แล้วหงุดหงิดอย่างนี้ไหม?หงุดหงิดกับ “วิธีการในการขาย” สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมประเพณีของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (ชื่อเต็มคือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีหน่วยงานที่ดูแลแค่สองหน่วยงานหลัก นอกเหนือจากสำนักงานรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดฯ แล้ว ก็คือกรมการท่องเที่ยวและกรมพลศึกษา พ่วงด้วยสถาบันพลศึกษา กับรัฐวิสาหกิจอีก 2 แห่งคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย) ที่พยายามเป็น “เจ้าข้าวเจ้าของ” สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งและวัฒนธรรมประเพณีทั้งหลายในประเทศไทย

หลังจากที่ผู้เขียนได้ไปเยือนน่านเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน พอสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้ไปเยือนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ก็เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบถึง “ความจริงใจ” ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในการบริหารจัดการและส่งเสริมการท่องเที่ยวในแบบที่เรียกว่า “ใหม่ๆ หน้าตาจุ๋มจิ๋ม เก่าๆ เป็นสนิม” นั่นคือ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มักจะส่งเสริมในสถานที่ใหม่ๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ เพราะหากจะมองด้วยใจที่เป็นธรรมและรู้สภาพการณ์ที่แท้จริงของหน่วยราชการไทย (รวมถึงรัฐวิสาหกิจทั้งหลายด้วย) ว่ามีข้อจำกัดมากมายหลายประการ

หนึ่งก็คือ งบประมาณในการส่งเสริมที่มีจำกัด แม้ว่าจะมีงบประมาณแผ่นดินและงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่พอสมควร แต่ก็คงจะไม่พอเพียง ดังที่ยังต้องมีการไปขอเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน อย่างที่เรียกว่า “สปอนเซอร์” นั้น อยู่ในทุกๆ ที่ปีละมากๆ รวมถึงงบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่น ที่มีแผนงานและโครงการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละท้องถิ่นนั้นอยู่ด้วย

สองก็คือ บุคลากรที่มีจำนวนน้อย และโดยลักษณะของงานส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นไปในลักษณะ “โชว์ออฟ” คือ เน้นการนำเสนอโดยผู้บริหารของหน่วยงานทำให้บุคลากรทั้งในกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำงานแบบ “เอาใจนาย” เป็นหลัก จึงอาจจะมีความบกพร่องในการประสานงานกับท้องถิ่นและประชาชนในชุมชน ที่ต้องมีส่วนร่วมและริเริ่มให้มากกว่าและสามก็คือ ไอเดียหรือความคิดในการส่งเสริมมักจะถูกจำกัด นอกเหนือจากที่จะต้องคอย “ก้ม” รับฟังนโยบายและไอเดียต่างๆ จากผู้บริหารเป็นหลักแล้ว ก็มักจะเป็นไอเดียที่มีการนำเสนอมาจากเอกชนที่สนิทสนมกับฝ่ายการเมือง ส่วนหนึ่งก็คือ “ออร์แกไนเซอร์” หรือบริษัทที่หน่วยราชการจ้างมา “จัดงาน” ดังนั้น ถ้าปีไหนบริษัทใดได้งานไป กิจกรรมที่จัดในจังหวัดต่างๆ ก็จะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน เช่น บางปีเป็น “อะเมซิ่ง” บางปีเป็น “อันซีน” บางปีเป็น “ห้าม...พลาด” ฯลฯ ซึ่งดูเหมือนจะเป็น “แฟชั่น” ที่ผู้บริหารส่วนราชการในส่วนกลางก็เห็นชอบ ในขณะที่เกิดความขัดแย้งขึ้นทั่วไปในท้องถิ่นที่ขาดความเป็นอิสระและถูกครอบงำที่ จ.น่าน เป็นตัวอย่างที่ดีของการต่อสู้เพื่อ “ความเป็นน่าน” (จะบอกว่า “ความเป็นไท” ก็กลัวจะเชย) หรือ “ปลดแอก” จากการครอบงำของส่วนราชการจากส่วนกลาง (เพราะคนน่านกับส่วนราชการที่น่านเขายังรักกันดีและร่วมมือกันดี) เพราะจากงานที่จัด 2 งานติดๆ กันในเดือนก.พ. คือ งานกระซิบรักที่น่าน ที่จัดโดยเทศบาลเมืองน่าน เมื่อวันที่ 3-5 ก.พ.ที่ผ่านมา และงานของดีเมืองน่าน ที่จัดโดยกาชาดจังหวัดและส่วนราชการ กับภาคเอกชนใน จ.น่าน ระหว่างวันที่ 10-19 ก.พ. ก็จะเห็นความเป็นอิสระจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้พอควร จากการสอบถามคนที่มาจัดงานกระซิบรักฯ บอกว่า งานที่คนน่านจัดเองอาจจะมีคนมาเที่ยวไม่มากเหมือนกับงานที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มาจัดให้ แต่ก็มีความภาคภูมิใจที่หลายๆ งานนั้นมีความยั่งยืน ที่สำคัญทำให้รู้ว่าคนน่านก็รับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่น่านนี้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับที่ เกาะเกร็ด ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปเยือนอยู่ 4-5 ครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นการนำนักศึกษาระดับปริญญาโทของสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ไปศึกษาดูงานประกอบหลักสูตรการบริหารการปกครองท้องถิ่น อีกส่วนหนึ่งก็ไปดูแลจัดโครงงานจิตอาสาของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) จึงได้เห็นพัฒนาการของการท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยลำดับ พบว่าในระยะแรกๆ ที่มีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เข้ามาดำเนินการส่งเสริม เกาะเกร็ดก็มีความเจริญไปในบางด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการขายของและสินค้าชุมชน ที่ตอนแรกก็ให้ชาวบ้านมีส่วนในการขายสินค้าและผลิตสินค้าต่างๆ ออกมาขายอย่างคึกคัก

แต่ต่อมาได้มีผู้ค้าและผู้ผลิตสินค้าจากที่อื่นส่งสินค้าทั้งในแบบเดียวกันและที่เป็นแบบเฉพาะถิ่น (ของถิ่นอื่น) มาขายมากขึ้น รวมถึงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในบางกิจการจำพวกของที่ระลึกและร้านอาหาร เข้ามา “ทุ่มตลาด” หรือแม้แต่ร้านขนมแลผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมบนเกาะเกร็ด ก็ถูกระบบอุตสาหกรรมและธุรกิจสมัยเข้ามา “กลบทับ” ทำให้ผู้ค้าพื้นถิ่นและสินค้าท้องที่ค่อยๆ สูญหายไป รวมถึงตลาดแรงงานที่จะมาเป็นแรงงานในร้านค้าและแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ ก็หายากมากบนเกาะเกร็ด เพราะลูกหลานคนเกาะเกร็ดเองก็ขึ้นไปทำงานบนฝั่งแผ่นดินหรือที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้ๆ ที่กำลังขยายอุตสาหกรรมต่างๆ กันหมด โชคดีที่ส่วนใหญ่ยัง “ติดถิ่น” คือไม่ขายที่ดินทิ้งหนีไปหมด เว้นแต่ที่ดินผืนงามๆ ติดแม่น้ำที่มีนายทุนมากว้านซื้อไปเป็นส่วนใหญ่นั้นแล้วทุกวันนี้การท่องเที่ยวบนเกาะเกร็ดอยู่ในการดูแลของ อบต.เกราะเกร็ดและอำเภอปากเกร็ดเป็นหลัก ซึ่งก็พยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ก็ยัง “เข็นไม่ขึ้น” เพราะเดี๋ยวนี้คนไปเที่ยวที่อื่นมากกว่า ผู้เขียนได้ยินชาวบ้านมาพูดให้ฟังว่า “คนไทยนี่แหละตัวดี ได้ใหม่แล้วลืมเก่า เห่อที่เที่ยวใหม่ๆ เบื่อแล้วก็หนีไป”ก็คงจะเหมือนการเมืองไทย คนไทยเบื่อง่ายเสมอ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69