
กล่อมต่างชาติ ลงทุนอีอีซี
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดงานสัมมนา Opportunity Thailand
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดงานสัมมนา Opportunity Thailand โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถา หัวข้อ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0” เพื่อเรียกความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่ร่วมฟังกว่า 3,000 คน ถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการผลักดันการปฏิรูปประเทศสู่ “ประเทศไทย 4.0” ตลอดจนการผลักดันโครงการสำคัญ คือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ละประเทศทั่วโลกต่างปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะสามารถทำได้ด้วยการมีเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงในประเทศ ซึ่งขณะนี้ไทยมีทั้งเสถียรภาพ ความมั่นคง และมียุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และกำลังปรับเปลี่ยนประเทศสู่ “ประเทศไทย 4.0” รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับการลงทุนที่เข้ามาใหม่ และต้องปรับปรุงกฎระเบียบให้ง่ายต่อการตอบสนองการลงทุน
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยจะเร่งการพัฒนาความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งต้องการให้อีอีซีเป็นแกนกลางทำให้ประเทศอยู่ดีมีสุขและส่งผ่านไปยังภูมิภาคอื่นๆ
ด้าน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดแข็งของไทยคือที่ตั้งที่สามารถเป็นจุดกระจายสินค้าไปยัง CLMV อาเซียน เอเชียใต้ ต่อเนื่องไปถึงตะวันตก ดังนั้นรัฐบาลนี้จึงได้เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั้งถนน รถไฟ รถไฟความเร็วสูง น้ำ อากาศ ไอที ดิจิทัล ตลอดจนสาธารณูปโภคที่สำคัญ ขณะที่การพัฒนาอีอีซียังมีเป้าหมายสำคัญคือการเป็นท่าเรือสำคัญของทั้งไทย อนุภูมิภาค CLMV และอาเซียน จะผลักดันนโยบายร่วมลงทุนรัฐและเอกชน (พีพีพี) และการมีกองทุนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ซึ่งล็อตแรกที่จะออกขายในกลางปีนี้ ขายให้นักลงทุนไทยและต่างชาติ
“ตอนนี้เป็นโอกาสของนักลงทุนเพราะรัฐบาลอยู่ระหว่างการลงทุนเพื่อปฏิรูปประเทศแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนตั้งแต่หลังปี 2540 เป็นต้นมา ประกอบกับการมีนายกฯ ที่เทกแอ็กชั่นและเอาจริง ไม่มีโอกาสไหนที่ดีเท่านี้แล้ว” สมคิด กล่าว
สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการปาฐกถาเรื่อง “พลิกโฉมประเทศไทยด้วยการลงทุน” ว่า ประเทศไทยต้องการเป็นเกตเวย์ในการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนซึ่งไม่เพียงเพื่อผลักดันสู่ประเทศ ไทย 4.0 แต่เพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านเติบโตไปพร้อมกันตามนโยบายของ
นายกรัฐมนตรีว่าจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้การเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม เป็นโอกาสที่นักลงทุนขยายไปสู่อาเซียน และ RCEP ทั้งนี้สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือ
การอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ การปฏิรูประบบราชการ รวมถึงกฎหมายที่ล้าหลังจะต้องได้รับการแก้ไขให้ทันสมัย โดยตั้งเป้าหมายในด้านของความต้องการ (Demand Side) นักลงทุน ต้องการอะไรจะต้องตอบโจทย์ตรงนั้น ดังนั้น Ease of Doing Business จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการปฏิรูประบบราชการ







