posttoday

ปฏิรูป‘ปปช.’ ปราบทุจริตยั่งยืน

16 กุมภาพันธ์ 2560

แม้เวลานี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับการสถาปนาว่าเป็น “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง”จะยังไม่มีผลบังคับใช้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แม้เวลานี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับการสถาปนาว่าเป็น “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” จะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ลงมือจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไปล่วงหน้าพอสมควร

ทั้งนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งส่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมาให้กรธ.พิจารณา โดยมีทั้งสิ้น 233 มาตรา ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่การเพิ่มอำนาจของ ป.ป.ช.ในการไต่สวนคดีทุจริต

มาตรา 19 ของร่างกฎหมายดังกล่าวระบุถึงอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ไว้ดังนี้

(1) ไต่สวนและมีความเห็นกรณีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ฐานร่ำรวยผิดปกติ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ประพฤติมิชอบ และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

(2) ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ ฐานรวยผิดปกติ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ผิดต่อตำแหน่งราชการ

(3) ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ที่ทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้ หรือการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งได้กระทำนอกราชอาณาจักรไทย ทั้งการประสานความร่วมมือเพื่อประโยชน์แห่งการไต่สวนและวินิจฉัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(4) กำหนดให้มีการไต่สวนสาธารณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องที่มีลักษณะความผิดร้ายแรงและกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

(5) สอบสวนกรณีที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้จัดทำโครงการหรืออนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณโดยรู้ว่าสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะกรรมาธิการ หรือคณะรัฐมนตรี ดำเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ว่าด้วยการห้ามแปรญัตติเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่มีส่วน ได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

(6) กำหนดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมาย หรือสถาบันการเงินอื่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ประกอบอาชีพ รายงานธุรกรรมทางการเงินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ กรธ.ล่าสุดออกมายอมรับว่าอาจต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาของร่างกฎหมาย ป.ป.ช.พอสมควร โดยเฉพาะต้องทำให้เนื้อหาสั้นลงเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้งาน

“ประเด็นสำคัญที่ กรธ.ได้ข้อสรุปเบื้องต้นคือจะไม่บัญญัติให้มี ป.ป.ช.ประจำจังหวัด ตามเนื้อหาของร่างกฎหมายที่ถูกส่งเข้ามา เพราะ กรธ.วางเจตนาของกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นคือการกำกับและควบคุมโดย ป.ป.ช.ส่วนกลาง ที่เน้นทำเรื่องการเมืองระดับสูง” อุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าว

พิจารณาจากท่าทีของ กรธ.ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มที่ ป.ป.ช.จะถูกปฏิรูปในเรื่องการทำงานพอสมควร ภายหลัง ป.ป.ช.จังหวัด ซึ่งถือเป็นโครงสร้างสำคัญของ ป.ป.ช.กำลังถูกยุบ

วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. แสดงความคิดเห็นว่า ในเรื่องของ ป.ป.ช.จังหวัด ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้เคยทำรายงานสรุปแล้วว่าควรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพราะการให้มี ป.ป.ช.จังหวัดในทุกจังหวัดก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงเห็นว่าควรเปลี่ยนจาก ป.ป.ช.จังหวัดมาเป็น ป.ป.ช.ภาคเหมือนกับอัยการเขตหรือศาลประจำภาค

“ถึงยุบ ป.ป.ช.จังหวัดแต่ก็ยังคงต้องให้มีเจ้าหน้าที่ประจำเอาไว้ และควรให้มีคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ประสานกับส่วนกลาง ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการในลักษณะนี้จะลดภาระในทางงบประมาณและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานไปพร้อมกัน” วิชา กล่าว

สำหรับในเชิงโครงสร้างของการแก้ไขปัญหาทุจริต อดีตกรรมการ ป.ป.ช.มองว่าเท่าที่ดูจากร่างรัฐธรรมนูญก็ถือว่ามีการวางรากฐานไปพอสมควรแล้ว เช่น การกำหนดให้ ป.ป.ช.ต้องกระจายงานการปราบปรามการทุจริตในคดีเล็กให้หน่วยงานอื่นเป็นฝ่ายดำเนินการ ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องมาที่ ป.ป.ช.ทั้งหมดและเหนืออื่นใดต้องทำให้การไต่สวนคดีทุจริตมีความรวดเร็วมากขึ้นจากเดิม เพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ

ด้าน ธานี อ่อนละเอียด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คิดว่าทิศทางการแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืน คือ การลดการสะสมคดีแบบคอขวด ซึ่ง ป.ป.ช.ควรที่จะรับคดีที่เป็นปัญหาใหญ่เข้ามาพิจารณาไม่ใช่รับประเด็นเล็กน้อยเข้ามาด้วย เพราะการที่ ป.ป.ช.รับทุกคดีมาทำนั้น ส่งผลให้การทำงานไต่สวนคดีความเป็นไปอย่างล่าช้า

“ทางออกคือต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด โดยการพิจารณาเฉพาะคดีใหญ่และคดีไหนที่สำคัญก็ต้องหยิบคดีนั้นมาพิจารณาก่อน” ธานี สรุป

ข่าวล่าสุด

แมคโดนัลด์จัดใหญ่ ‘ไก่ทอดแมค’ แจกทองรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท