โรงไฟฟ้ากระบี่ จุดเปราะบางเสี่ยงขัดแย้งรอบใหม่
ดีเดย์ 17 ก.พ.นี้ ซึ่งที่ประชุม กพช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน จะได้ข้อสรุปชัดเจนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ หลังจากยืดเยื้อมายาวนาน
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ดีเดย์ 17 ก.พ.นี้ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน จะได้ข้อสรุปชัดเจนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 800 เมกะวัตต์ หลังจากยืดเยื้อมายาวนาน
จากเหตุผลเรื่อง “ความมั่นคงทางพลังงาน” และ “ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม” ทำให้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ไม่อาจหาข้อสรุปซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย
ที่สำคัญเรื่องนี้ยังกระทบไปถึงคนจำนวนมาก หากผลีผลามตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปแบบไม่รอบคอบ ย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ยังค้างคาไม่อาจเดินหน้าหรือถอยหลัง ดังจะเห็นจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ให้ชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ออกไปก่อนเพื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่
สุดท้ายก็นำมาสู่ประเด็นที่ทาง กพช.จำเป็นจะต้องตัดสินใจชี้ขาดอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้ทุกอย่างสามารถเดินหน้าต่อไป ไม่คาราคาซังอย่างที่เป็นอยู่และยิ่งสร้างความเสียหายในอนาคต
ปัญหาอยู่ตรงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชี้ขาดเลือกเดินทางใดทางหนึ่งที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ
ยิ่งเวลานี้ ทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มผู้คัดค้านเริ่มออกมาประกาศจุดยืนนัดรวมตัวกันในช่วงวันดังกล่าว ซึ่งทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียดและเพิ่มแรงกดดันในการตัดสินใจ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร ย่อมมีแรงกระเพื่อมก่อตัวไม่มากก็น้อย
ก่อนหน้านี้ ประสิทธิชัย หนูนวลผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นัดเดินขบวนเคลื่อนไหวแสดงพลังคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ หลายพันคน ซึ่งมีแนวร่วมทั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ ผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม สมาคมชาวประมงพื้นบ้าน ฯลฯ
พร้อมประกาศนัดรวมตัวอีกครั้งในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไป กทม. ให้มารวมตัวกันที่ศาลากลาง
“เราจะเดินหน้ายุติโรงไฟฟ้าถ่านหินจนสำเร็จไม่ว่าจะเผชิญความยากลำบากแค่ไหนก็ตาม ขอพี่น้องทุกคนโปรดเตรียมพร้อมปฏิบัติภารกิจตามที่ได้ตกลงนัดหมายกันไว้ เรียนไปยังพี่น้อง กทม.และพี่น้องทั่วประเทศ เครือข่ายปกป้องอันดามันยังยืนยันคำเดิม ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน”
แนวร่วมคัดค้านโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ถือเป็นเครือข่ายที่เหนียวแน่นและกว้างขวาง เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นที่กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แหล่งน้ำ ทรัพยากรทางทะเล รวมไปถึงกระทบต่อการท่องเที่ยว และอื่นๆ
ล่าสุด ประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ออกมาประกาศจุดยืน เสนอทางเลือกในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ปาล์มน้ำมัน นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรแล้วยังเป็นการผลักดันพลังงานหมุนเวียน
นอกจากตอบโจทย์การปฏิรูปพลังงานที่มีเป้าหมาย เพื่อความมั่นคง สะอาด แล้วอีกด้านยังเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรสวนปาล์มในพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์อีกทางด้วย
ไม่ต่างจากข้อเสนอที่เห็นว่าในส่วนของโรงไฟฟ้า อ.เทพา จ.สงขลา ควรหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี แทนถ่านหิน ที่จะลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ และสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
แต่ข้อเสนอจากประชาธิปัตย์นั้นยังจะช่วยคลี่คลายสลายความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชนไม่ให้ขยายวงจนจะนำไปสู่ปัญหาที่ย้อนกลับไปหารัฐบาล คสช.ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง
ทว่า ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์เช่นนี้ ดังจะเห็นได้จากสัญญาณการคลื่อนไหวออกสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบชัดเจน และนัดรวมตัวออกมาแสดงพลังเช่นเดียวกัน
ถึงขั้นมีหนังสือหลุดพบการสั่งการไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ อ้างถึงการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2549 ตามที่สำนักงานเลขาธิการ ครม.แจ้งว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า
โดยให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ให้ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำมวลชนหมู่บ้านละ 20 คน ไปสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ จ.กระบี่ ในวันที่ 16 ก.พ.หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่
ก่อนที่ทาง พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะออกมาชี้แจงปฏิเสธว่า ไม่มีการไปเกณฑ์คนออกมาสนับสนุน พร้อมระบุว่าเอกสารใครๆ ก็สามารถทำได้ และก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ
แต่ที่สำคัญ คือ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยังออกมาอ้างเสียงสนับสนุนของประชาชนในพื้นที่กว่า 90% ตามที่ได้ทำการสำรวจพบว่ามีการสนับสนุนการก่อสร้าง สะท้อนให้เห็นความพยายามเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ช่วงเวลานี้เปราะบางและสุ่มเสี่ยงจะเกิดการขัดแย้งรอบใหม่


