
Inca Trail
ได้เดินทางไปเที่ยวแถบเทือกเขาแอนดีส ออกจากสนามบินก็เห็นคนถูกยิงเป็นศพนอนอยู่ข้างทาง
โดย...ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา
ได้เดินทางไปเที่ยวแถบเทือกเขาแอนดีส
ออกจากสนามบินก็เห็นคนถูกยิงเป็นศพนอนอยู่ข้างทาง พอเข้าไปในเมืองเขาก็กำลังระดมของไปช่วยคนที่ถูกแผ่นดินไหวกันอยู่ ฯลฯ
ละตินอเมริกาโดยเฉพาะประเทศเปรู เอกวาดอร์ ชิลี โบลิเวีย เคยเป็นพื้นที่ของจักรวรรดิอินคา แต่ถูกพวกสเปนเข้ามา ปล้น ฆ่า เอาปืนใหญ่ยิงทำลายทั้งเมือง อารยธรรมอินคาสูญสิ้น เมื่อราว 400 ปีที่แล้ว
เปรู เคยเป็นพื้นที่ที่มีทองคำมากแห่งหนึ่งของโลก แต่สเปนก็ขนไปแทบไม่เหลือ ในวันนี้คนพื้นเมืองในพื้นที่จักรวรรดิอินคาดั้งเดิม ส่วนมากยังยากจน หน้าตาไม่มีรอยยิ้ม พวกเขาย้อมอารมณ์หลังตื่นนอนด้วยกระแช่ข้าวโพด เคี้ยวใบโคคาและเดินออกจากบ้าน
โชคยังดีอยู่บ้างที่พวกสเปนหาบางเมืองของอารยธรรมอินคาไม่เจอ จึงกลายมาเป็นวัตถุดิบขายในการท่องเที่ยว นำเงินเข้าประเทศได้มากมายในวันนี้
ผู้เขียนได้เข้าไปเห็นที่เขาทำการท่องเที่ยวแบบผสมผสานใน Inca Trail โดยสร้างเป็นกิจกรรมร่วมกับการเดินทางหลากหลาย
Inca Trail เป็นการเที่ยวย้อนไปในรอยทางของอารยธรรมอินคาในอดีต ซึ่งรอยทางเหล่านั้นบางส่วนยังปรากฏอยู่ เป็นถนนที่ปูด้วยหินมีสถานีเปลี่ยนผลัดคนเดินสารและใช้ทั่วไป Inca Trail ไม่ได้กว้างเหมือนถนนของพวกโรมันหรอกนะคะ ส่วนพวกสะพานเชือกที่ข้ามเหวนั้นบางแห่งก็ทำขึ้นมาใหม่ บางแห่งเราต้องใช้จินตนาการสร้างขึ้นมาเอง
Inca Trail ถือเป็นระบบโลจิสติกส์ประมาณ 500 ปีที่แล้วที่สมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของโลกค่ะ การที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปในซอกหลืบของเทือกเขาแอนดีสเพื่อจะไปให้ถึง Inca Trail ที่สะดวกที่สุดคือการใช้เครื่องบินหรือไม่ก็รถไฟ จากนั้นต้องเดินเท้าต่อเข้าไป บริษัททัวร์จะจัดขาย มีรายการ 3-10 วัน ให้เลือกมากมาย
ใครจะเข้าไปเที่ยวแถวแอนดีสต้องถามสุขภาพตัวเองเสียก่อนว่า ทนกับสภาพพร่องออกซิเจน (Hypoxia) ได้มากแค่ไหน เพราะในเขตเทือกเขาแอนดีสเมืองจะอยู่ที่ระดับ 2,000-4,000 เมตร ผู้เขียนต้องขอออกซิเจนที่โรงแรมมาสูดทุกคืนค่ะ คล้ายกับที่ทิเบตและแคมป์ตีนเขาเอเวอเรสต์ หากแต่ที่นี่ออกซิเจนฟรี แต่ที่ทิเบตต้องเสียเงิน
พื้นที่ตามยอดเขาของแอนดีสมีหิมะคลุมแต่ก็ไม่หนามากนัก
เพราะโลกร้อนหรือเปล่า?
มองจากเครื่องบินแอนดีสไม่งามเท่าแอลป์ในยุโรป แต่หิมะที่คลุมเทือกเขาแอนดีสนี่แหละ คือปฐมบทของน้ำที่จะกลายไปเป็นแม่น้ำอเมซอน
มีเมืองอยู่เมืองหนึ่งในเทือกเขาแอนดีสชื่อ Machu Picchu ตั้งอยู่บนยอดเขายอดหนึ่งที่เร้นลับ พวกสเปนหาไม่เจอ จึงรอดจากการถูกปล้น เผา และยิงทำลาย
Machu Picchu จึงยังเป็นเมืองที่สมบูรณ์ บอกเล่าถึงอารยธรรมอินคาได้ชัดเจน
วันนี้ Machu Picchu ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกที่ดูแลอย่างเข้มงวดโดยยูเนสโก
การเดินทางเข้าไปที่ Machu Picchu นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปโดยรถไฟเท่านั้นโดยจะเริ่มจากเมือง Cusco ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอดีตจักรวรรดิอินคา
บริเวณเทือกเขาแอนดีสมีภูมิประเทศสวยงาม การเดินทางโดยรถไฟ จะสามารถชมทัศนียภาพในเส้นทางให้อิ่มเอมและได้บรรยากาศดีมาก นี่แหละค่ะคือจุดแข็งอีกอย่างของรถไฟ
พื้นที่ภูมิประเทศที่สวยงามจึงเป็นที่มาของการจัดบริการรถไฟประเภท Scenic Train ขึ้นมา ขายตั๋วกันในราคาที่แทบไม่ง้อลูกค้าทีเดียว
มีหลายเส้นทางในโลกที่เขานำ Scenic Train เข้ามาหารายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น เส้นทางรถไฟชมธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางชมฟยอร์ดในนอร์เวย์ เส้นทางชมทิวทัศน์ในแคนาดา หรือแม้แต่เส้นทางย้อนอดีตการนำอูฐจากอัฟกานิสถานเข้ามาช่วยทำเส้นทางรถไฟผ่ากลางทวีปจากเหนือลงใต้ของออสเตรเลีย ที่เรียกว่า The Ghan ฯลฯ
เส้นทางเหล่านี้กลายเป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวที่คนอยากย้อนตัวเข้าไปซึมซับความงามธรรมชาติหรือกลิ่นอายของอดีต
การเดินทางอย่างนี้ถูกจัดเข้าในรายการรวมกับอย่างอื่นให้เป็นทัวร์ ขายในราคาต่างๆ กันไป ในเวลาที่สั้นหรือยาวตามความเหมาะสมของเส้นทาง
ที่เมืองไทยขณะนี้ก็มีเส้นทางชมทิวทัศน์ อย่างเช่น ไปกาญจนบุรีหรือไปชมทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
หากแต่การทำเส้นทางเพื่อสร้างรายได้ในบางแห่งในต่างประเทศนั้นทำอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเข้มข้นกว่าที่บ้านเรามาก และกำลังเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลก ที่น่าศึกษามากในขณะนี้คือที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีการวิเคราะห์การบริการรถไฟบางช่วงที่มีรายได้น้อยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดแรงจูงใจให้คนมาใช้บริการ เปลี่ยนวิธีคิดให้รถไฟมาบริการอย่างอื่น เช่น เปลี่ยนขบวนรถไฟกลายเป็นขบวนรถให้คนมานั่งกินอาหารดีๆ จากเชฟดังๆ ชมวิวเพลินๆ แวะหยุดบางสถานีที่จัดสินค้าพื้นเมืองมาขาย ฯลฯ ทำให้ขบวนรถที่ไม่มีคนโดยสาร กลายเป็นต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ
และก็เช่นเดียวกับแนวคิดการให้บริการรถไฟแบบ Vista Dome อีกรูปแบบหนึ่งของ Scenic Train ที่เปรู ที่นำนักท่องเที่ยวเข้าไปยัง Machu Picchu
(พบกันวันเสาร์หน้าค่ะ)







