
ต้องจริงใจปฏิรูป
การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วงเวลาที่เหลือตามโรดแมป
การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วงเวลาที่เหลือตามโรดแมปประมาณ 1 ปี ด้วยการใช้อำนาจในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป.นั้น นับเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่รัฐบาลจะมีวาระในการปฏิรูปประเทศให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ในช่วงระยะ 3 ปีที่รัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าบริหารประเทศ หากมองในภาพรวมแล้วยังถือว่าการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศในด้านต่างๆ นั้น ยังไม่ค่อยคืบหน้าเท่าที่ควร ปัญหาต่างๆ ยังคงมีอยู่เช่นเดิม ทั้งเรื่องของระบบราชการ ที่ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและอืดอาด ระบบการศึกษาที่ยังล้าหลัง ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งสะท้อนออกมาจากผลการจัดอันดับการศึกษาโลก ที่ผลปรากฏว่าเด็กไทยมีความรู้เฉลี่ยยังอยู่ในอันดับท้ายของอาเซียนด้วยซ้ำไป ทั้งที่เด็กไทยมีค่าเฉลี่ยในเรื่องจำนวนระยะเวลาการเรียนสูงกว่าประเทศอื่นๆ
ขณะเดียวกันการทุจริตคอร์รัปชั่นที่รัฐบาลประกาศจะล้างอย่างจริงจัง แต่ยังไม่กระเตื้องขึ้น ซึ่งล่าสุดองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้จัดอันดับภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นประจำปี 2559 ต่ำลงไปมากกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอเพียง 35 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน เท่ากับหลายๆ ประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต ไนเจอร์ เปรู กาบอง ฯลฯ ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 38 คะแนน และถือว่าได้คะแนนซีพีไอน้อยที่สุดในรอบ 5 ปีหลังสุด เทียบเท่าปี 2556 โดยอยู่ในลำดับที่ 101 จากทั้งหมด 176 ประเทศ ร่วงลงจากอันดับที่ 76 ในปี 2558
ในขณะที่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง การปรองดอง ก็ยังเถียงกันไม่รู้จบ แม้จะไม่มีปัญหาเรื่องการเผชิญหน้ากันของกลุ่มคนหรือสีต่างๆ เหมือนอย่างในอดีต แต่ความขัดแย้ง ความเห็นต่างของผู้คนในสังคมยังคงแตกแยกอยู่ เพียงรอจังหวะเวลาที่ คสช.ถอยออกไปเท่านั้น
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็ยังไม่มีรูปธรรม ปัญหาสังคม อาชญากรรมเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมถึงการปฏิรูปตำรวจที่ยังไม่เดินหน้า เป็นเพียงแค่การศึกษาเท่านั้น
แม้รัฐบาลพยายามจะออกมาตรการต่างๆ ทั้งกฎหมายและมาตรา 44 มาแก้ไขปัญหามากมายหลายเรื่องด้วยกัน แต่ยังไม่เป็นผล เพราะยังไม่ได้ลงไปแก้ไขปัญหาโครงสร้าง จึงทำให้การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาแก้ได้เพียงปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
ทางที่ดีเพื่อให้การปฏิรูปการขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าไปด้วยดี และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รัฐบาลและ คสช.ต้องแสดงออกถึงความจริงใจในการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมกว่านี้ โดยต้องประกาศทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเปิดเวทีให้มีการระดมความคิดเห็นกันอย่างเสรี อย่าปิดกั้น โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือทหารเป็นตัวหลักดำเนินการเพียง
ฝ่ายเดียว เพราะอาจถูกมองว่าเอนเอียง ไม่มีความเป็นกลาง รวมถึงการหวาดระแวงมีวาระซ่อนเร้นเพื่อสืบทอดอำนาจ
ทั้งนี้ โดยเฉพาะการทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อวางเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องระดมสรรพกำลัง ระดมสมอง ระดมความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นมรดกที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังไปอีก 20 ปีก็เป็นได้







