posttoday
สภากทม.ให้ผู้ว่าฯตัดสินใจเดินรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้

สภากทม.ให้ผู้ว่าฯตัดสินใจเดินรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยายเหนือ-ใต้

08 กุมภาพันธ์ 2560

สภากทม.ให้ ผู้ว่าฯกทม.ตัดสินใจเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย เหนือ-ใต้ ย้ำขอให้พิจารณาโครงการฯอย่างรอบคอบ ความคุ้มทุน ในกรอบกฎหมาย

สภากทม.ให้ ผู้ว่าฯกทม.ตัดสินใจเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย เหนือ-ใต้ ย้ำขอให้พิจารณาโครงการฯอย่างรอบคอบ ความคุ้มทุน ในกรอบกฎหมาย

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยที่ 1 (ครั้งที่4) ประจำปี พ.ศ. 2560  โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภากทม.เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีญัตติที่น่าสนใจคือเรื่องการรายงานผลการดำเนินการและขอความเห็นชอบในหลักการการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภากทม. ในฐานะคณะกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับการจราจรและการขนส่ง กล่าวว่า สายสีเขียวเดิม ที่กทม.ให้สัมปทานบริษัท บีทีเอสในการเดินรถ เมื่อมีการขยายเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ-ใต้ ก็อยากให้ผู้ดำเนินการรายเดียวกัน เพื่อความสะดวก ลดค่าแรกเข้า แต่มีข้อกังวล หากกทม.เป็นผู้ดำเนินการ และมอบหมายให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ซึ่งเป็นรัฐวิสหากิจของกทม. และกทม.ถือหุ้นอยู่ 99.98% ที่เหลือเป็นบริษัทเอกชนประมาณ6บริษัทเป็นผู้ถือหุ้น หากเคทีดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนการประมูลจะเข้าข่ายเป็นการเอื้อบริษัทเอกชนหรือไม่ อีกทั้ง กทม.ไม่มีข้อกำหนดอะไรที่จะยกเลิก หากเคที บริหารไม่ดี ขาดทุนมหาศาล ประมาท เลินเล่อ ที่สำคัญ ฝ่ายบริหารต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ต่างแสดงความคิดเห็น ข้อสังเกต รวมถึงข้อกังวลต่างๆเพื่อให้ฝ่ายบริหารกทม.นำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการดำเนินโครงการฯ  อาทิ ให้ฝ่ายบริหารทบทวนโครงการฯว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่กทม.ต้องบริหารจัดการเอง โดยมองว่าการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวไม่ใช่ภารกิจหลักของกทม. เป็นเพียงภารกิจรองเท่านั้น  รวมถึงให้พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างรอบคอบ มีผลกระทบต่องบประมาณหลักของกทม.หรือไม่ ในส่วนนี้มีความเห็นว่าเส้นทางสายสีเขียวเป็นเส้นทางคมนาคมที่ดีที่สุด ผ่านศูนย์กลางคมนาคมต่างๆ หากเป็นเอกชนคงมีการแย่งกันดำเนินการ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นทั้งการเดินรถ สองฝั่งข้างทางการเดินรถไฟฟ้า และการบริการสาธารณะที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น และให้ฝ่ายบริหารทบทวนการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อกฎหมายทุกขั้นตอน 

สำหรับงบประมาณจำนวน3,557ล้านบาท ที่กทม.จะต้องจ่ายเป็นค่าโอนกรรมสิทธิให้กับรฟม.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ ฝ่ายบริหารไม่ได้มีการยื่นของบประมาณเพื่อใช้จ่ายดังกล่าวหากฝ่ายบริหารจะของบเพื่อดำเนินการจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ ต้องขอเงินสะสม โดยฝ่ายตั้งเป็นข้อบัญญัติงบประมาณ เพื่อขอความเห็นชอบจากสภากทม.

อย่างไรก็ตาม สภา กทม.ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการนี้ ซึ่งอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ผู้ว่าฯกทม.และฝ่ายบริหาร อีกทั้ง สภา กทม.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่คอยตรวจสอบการบริหารของกทม.ว่าโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่

ด้านพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า จะรับแนวคิดจากสภากทม.ทั้งหมดไปพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วกทม.ต้องเป็นผู้รับมาดำเนินการ โดยต้องหาผู้ลงทุน ซึ่งน่าจะเป็น บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป  อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ต้องใช้นั้นไม่ใช่แค่ 3,557 ล้านบาท แต่ยังมีหนี้ผูกพันตามมาอีกประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้หากมองถึงความคุ้มค่าในอนาคต มีความคุ้มทุนอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากปี 2572 เป็นต้นไป กทม.จะสามารถจัดเก็บรายได้ ประมาณ20ปีโครงการฯจะมีกำไร

"ตามระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตราที่ 29 ที่ระบุว่า สภากทม.ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ซึ่งอำนาจดังกล่าวขึ้นอยู่กับตัวผู้ว่าฯกทม.ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไป"

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่