
กรมชลฯเตือนอย่าตื่นภัยแล้งให้ใช้น้ำตามแผนบริหารจัดการ
ชัยนาท-ผอ.สำนักชลประทานภาคกลางฝั่งตะวันตกขออย่าตื่นข่าวลือภัยแล้งให้ประชาชนร่วมมือใช้น้ำตามแผนบริการจัดการ
ชัยนาท-ผอ.สำนักชลประทานภาคกลางฝั่งตะวันตกขออย่าตื่นข่าวลือภัยแล้งให้ประชาชนร่วมมือใช้น้ำตามแผนบริการจัดการ
เมื่อวันที่8ก.พ.60 นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่12 ชัยนาท รับผิชอบดูแลการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำภาคกลางฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตัวเลขปริมาณน้ำใน4เขื่อนหลักของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 3,005ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติต์4,808ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน903ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 988ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้ง4เขื่อน มีปริมาณน้ำ 9,704ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะนำมาจัดสรรเพื่อการอุปโภคบริโภค1,100ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระบบนิเวศก์1,450ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อพืชสวนพืชต่อเนื่อง400ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการเพาะปลูกพืชทดแทน 3,000ล้านลูกบาศก์เมตร และน้ำสำรองในฤดูแล้งเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม2560 อีก3,754ล้านลูกบาศก์เมตร
ดังนั้น เกษตรกรที่จะทำการเพาะปลูกในระยะนี้ควรเป็นพืชใช้น้ำน้อย ส่วนการทำนาต่อเนื่องควรพิจารณาเรื่องแหล่งน้ำสำรอง เพราะพื้นที่ภาคกลางมีพื้นที่การเกษตรหน้าแล้งตามแผน2.6ล้านไร่ แต่มีการปลูกข้าวแล้ว3.9ล้านไร่ ซึ่งในส่วนที่เกินแผนจะต้องรับความเสี่ยงที่จะเสียหายเอง แต่หากประชาชนร่วมมือกับทางราชการ ใช้น้ำตามแผนอย่างจริงจังก็มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ จึงต้องขอความร่วมมืออย่างเข้มข้นเป็นการรีเซ็ตระบบการใช้น้ำให้เข้าที่เข้าทาง
ส่วนของนาลุ่มขอให้ทำนาตามระบบเดิมคือเริ่มเพาะปลูกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนเพื่อให้ทันต่อการเก็บเกี่ยวก่อนน้ำหลากที่พื้นที่นาลุ่มจำเป็นต้องใช้เป็นพื้นที่แก้มลิงเก็บน้ำ ส่วนนาดอนควรเหลื่อมเวลาเพาะปลูกไปหลังพื้นที่นาลุ่มเพื่อไม่ให้เกิดการแย่งน้ำต้นฤดูกับพื้นที่นาลุ่ม เพราะนาดอนไม่ต้องกังวลกับน้ำหลากเนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึง และสามารถทำนาปรังต่อเนื่องได้ในช่วงน้ำหลากได้
"หากทุกคนร่วมมือกันเคารพกติกาตามแผนการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ในอนาคตจะลดปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งลงได้อย่างแน่นอน"นายสุชาติกล่าว







