posttoday
เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด

เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด

06 กุมภาพันธ์ 2560

ช่วงนี้หลายหน่วยงานออกมาประเมินเศรษฐกิจปี 2560 ไปในทิศทางเดียวกันว่าจะไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่ตัวเลขค่อนข้างแตกต่างกัน โดยเฉลี่ยเศรษฐกิจปีนี้น่าจะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 3.5 สำหรับภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าปี 2559 เป็นปีแห่งความยากลำบากทั้งด้านตลาด ซึ่งแม้จะขยายตัวได้แต่การแข่งขันด้านราคาสูง ขณะเดียวกันปัญหาสภาพคล่องเป็นเรื่องเลวร้ายของภาคธุรกิจ สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงเสมือนเป็นแสงไฟริบหรี่พอให้เห็นความหวัง

ช่วงนี้หลายหน่วยงานออกมาประเมินเศรษฐกิจปี 2560 ไปในทิศทางเดียวกันว่าจะไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่ตัวเลขค่อนข้างแตกต่างกัน โดยเฉลี่ยเศรษฐกิจปีนี้น่าจะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 3.5 สำหรับภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าปี 2559 เป็นปีแห่งความยากลำบากทั้งด้านตลาด ซึ่งแม้จะขยายตัวได้แต่การแข่งขันด้านราคาสูง ขณะเดียวกันปัญหาสภาพคล่องเป็นเรื่องเลวร้ายของภาคธุรกิจ สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงเสมือนเป็นแสงไฟริบหรี่พอให้เห็นความหวัง

ปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยเกี่ยวข้องกับปัจจัยความเสี่ยงทางด้านต่างๆ ที่ต่อเนื่องมาจากปี 2559 จากปัญหายืดเยื้อความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวช้าๆ ของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งการบริโภคที่ชะลอตัวของจีน ทำให้การคาดเดาทิศทางเศรษฐกิจเป็นไปได้ยากอีกทั้งปัจจัยจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทั้งความมั่นคง ดุลอำนาจ และต่อการค้าโลก

ที่กล่าวข้างต้นจะมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออก ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกในรอบ 4 ปี ที่การขยายตัวเป็นบวกร้อยละ 0.45 โดยมีมูลค่า 215,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงแม้จะไม่ติดลบแต่ก็ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปี 2556 ซึ่งมีมูลค่า 228,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แสดงให้เห็นว่าภาคส่งออก
ของไทยยังไม่เข้มแข็งมากพอที่จะเป็นหัวจักรดันเศรษฐกิจได้เหมือนในอดีต

เมื่อยังพึ่งภาคส่งออกไม่ได้ก็ต้องฝากความหวังไว้กับภาคการบริโภค-ใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ในระบบเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 51 โดยรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มจังหวัดนัยจะใช้เงินมากกว่า 1.15 แสนล้านบาท บวกกับการใช้งบประมาณขาดดุลสูงถึง 3.9 แสนล้านบาท และงบลงทุนจากโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอีกไม่น้อยกว่า 5.5 แสนล้านบาท แต่บางตัวเลขว่าจะทะลุไปถึง 7 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะมากพอให้ภาคใช้จ่ายครัวเรือนสูงขึ้น แต่ทำไมตัวเลขประมาณการขยายตัว จึงอยู่เพียงร้อยละ 3.0 ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

ปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจภาคประชาชนคือ หนี้ครัวเรือน ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงประมาณร้อยละ 81.5 ของจีดีพี อีกทั้งตัวเลขคนมีรายได้น้อยต่ำกว่าเกณฑ์มีอยู่สูงถึง 14.5 ล้านคน เฉพาะที่มาลงทะเบียนรอบแรกเมื่อปีที่แล้วปาเข้าไปถึง 8.3 ล้านคน เป็นข้อจำกัดต่อกำลังซื้อ เพราะเงินใส่เข้าไปเท่าไหร่ก็หายไปกับเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ความหวังก็ฝากไว้กับโครงการไฟแนนซ์รถยนต์คันแรกที่จะครบ 5 ปี แต่เมื่อหนี้หมดก็คงกลับมาผ่อนรถใหม่เพราะค่ายรถยนต์ต่างๆ เตรียมแคมเปญใหม่ๆ ไว้มาล่อใจโดยมีเป้าหมายจะขยายตัวให้ได้ร้อยละ 4.1 หลังจากที่ติดลบมาหลายปี

ในด้านการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแอและกล้าๆ กลัวๆ จนภาครัฐออกมาตำหนิว่าไม่ยอมลงทุน ขนาดปีที่แล้วหนุนเต็มที่ทั้งโครงการสตาร์ทอัพเอสเอ็มอี และโครงการให้ธนาคารของรัฐปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำๆ แต่เอาเข้าจริงๆ ปีที่ผ่านมาการลงทุนขยายตัวยังถดถอยถึงร้อยละ -0.6 ตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนคือ ปริมาณจำนวนโรงงานตั้งใหม่ถดถอยเกือบร้อยละ 3.0 หากคิดเป็นมูลค่าการลงทุนขยายตัวถดถอยถึงร้อยละ -23.0

สำหรับปีนี้รัฐบาลกระตุ้นการลงทุนโดยบีโอไอแก้กฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุดถึง 13 ปี แต่ดูเนื้อในมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสูง

ขณะที่เอกชนไทยยังรีรอความชัดเจนเศรษฐกิจและประเมินว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหลังจากการเลือกตั้ง อีกทั้งกำลังการผลิตเฉลี่ยภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างต่ำที่ระดับร้อยละ 63.3 ทำให้ยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินไม่ต้องเร่งลงทุนใหม่ สำหรับภาคธนาคารพาณิชย์ซึ่งปีที่แล้วขนาดระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อยังเจ็บตัวจากปัญหาหนี้เสียที่สูงขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้การลงทุนยังเปราะบาง คาดว่าอย่างเก่งการลงทุนปี 2560 จะขยายตัวได้ร้อยละ 1.6

โดยภาพรวมสัญญาณเศรษฐกิจน่าจะเป็นทางบวกพ้นจุดต่ำสุด โดยภาคการส่งออกจะกลับมาเป็นบวก ภาคประชาชนอาจคลายความโศกเศร้า กอปรทั้งราคายาง-ข้าวดีขึ้นทำให้กำลังซื้ออาจสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันการลงทุนเอกชนหลังจากรีรออาจเริ่มทยอยกลับมาลงทุนโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง

 นอกจากนี้ หวังว่านโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่ได้เลวร้ายมากกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโลกไม่วุ่นวายและการออกจากหุ้นส่วนเศรษฐกิจ “ทีพีพี” น่าจะเป็นปัจจัยเอื้อต่อด้านการส่งออกและทำให้การลงทุนกลับมา ด้านตัวเลขขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2560 รัฐบาลต้องการดันให้ขยายตัวร้อยละ 4 จากปีที่แล้วขยายตัวได้ร้อยละ 3.3 โดยหัวจักรสำคัญมาจากการลงทุนและการใช้จ่ายของรัฐบาล...เอาใจช่วยครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69