posttoday
กก.สอบวินัยร้ายแรงคาด1เดือนสรุปผลสอบ "รองอธิบดี" ขโมยภาพญี่ปุ่น

กก.สอบวินัยร้ายแรงคาด1เดือนสรุปผลสอบ "รองอธิบดี" ขโมยภาพญี่ปุ่น

06 กุมภาพันธ์ 2560

ประธานคณะกรรมการสอบถกวินัยร้ายแรง ขีดเส้นไม่เกิน 1 เดือนสรุปผลสอบ "รองอธิบดี" ขโมยภาพญี่ปุ่น ย้ำพร้อมให้ความเป็นธรรม

ประธานคณะกรรมการสอบถกวินัยร้ายแรง ขีดเส้นไม่เกิน 1 เดือนสรุปผลสอบ "รองอธิบดี" ขโมยภาพญี่ปุ่น ย้ำพร้อมให้ความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยร้ายแรง นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หลังก่อคดีขโมยภาพจากโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นระหว่างเดินทางไปราชการในต่างประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ทีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการสอบสวนในคดีนี้ เข้าร่วมประชุม

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการกำหนดแนวทางและกรอบระยะเวลาการสอบสวนจากคณะกรรมการที่ร่วมตรวจสอบในคดีนี้ ซึ่งมั่นใจว่าในคดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนและคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือนเศษแน่นอน ซึ่งครั้งต่อไปจะเป็นการประชุมเรื่องการกำหนดแนวทางในการสอบสวนว่าพยานที่เราได้จากชั้นสืบสวนข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะกล่าวหาผู้กระทำผิดหรือยัง ในขั้นตอนนี้จะให้ระยะเวลากับผู้ที่ถูกกล่าวหา หลังได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา มาให้การภายในระยะเวลา 15 วัน ซึ่งนายสุภัฒสามารถทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาชี้แจงก็ได้ หรือจะเดินทางมาพร้อมกับที่ปรึกษากฎหมาย หรือทนายความก็ได้ ทั้งนี้ หากเกินระยะเวลา 15 วันไปแล้ว นางสุภัฒก็สามารถขอขยายเวลาออกไปได้ ซึ่งทางคณะกรรมการก็จะมีการพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้มีพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารมาพอสมควรแล้ว และขอให้คณะกรรมการได้ทำงานอย่างเป็นอิสระก่อน ซึ่งคณะกรรมการทั้งหมดเป็นของกระทรวงพาณิชย์ มีตนเพียงคนเดียวที่เป็นประธานเท่านั้น 

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ส่วนการประชุมในครั้งที่ 2 ที่จะมีขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ จะเป็นหารือถึงการแจ้งข้อกล่าวหา และการกำหนดวันแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายสุภัฒ โดยพยานหลักฐานหลักที่คณะกรรมชุดนี้ได้มา ส่วนใหญ่เป็นพยานหลักฐานที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากกระทรวงพาณิชย์ได้ทำการสอบสวนมาแล้ว โดยคณะกรรมการชุดนี้จะต้องนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาเป็นพิจารณาดูว่ายังขาดอะไรหรือไม่ ส่วนกรอบเวลาที่จะเป็นไปตามกำหนดไว้ 1 เดือนเศษได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายสุภัฒที่จะเข้ามาชี้แจงได้ตามระยะเวลาที่ทางคณะกรรมการได้กำหนดไว้ 15 วันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาในเวลานี้ เป็นเรื่องของการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงคือการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นเรื่องเชื่อมโยงมาจากการกระทำผิดทางอาญา ซึ่งทางอาญาถือว่าจบไปแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ยังต้องมีการสอบสวนทางวินัย เพราะมีผลต่อการที่นายสุภัฒได้ยื่นหนังสือลาออกจากกระทรวงพาณิชย์ว่าจะมีผลเป็นเรื่องของการลาออก หรือไล่ออก หรือปลดออก  เพราะถ้าถูกไล่ออกจากราชการ นายสุภัฒก็จะไม่ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญที่นายสุภัฒจะได้รับ

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงประเทศชาติ ซึ่งเราจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย"พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่