
เอกชนขานรับลงทุน
การเดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 2-5 ก.พ. 2560
โดย...อนันญา มูลเพ็ญ
การเดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 2-5 ก.พ. 2560 ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเศรษฐกิจและนักธุรกิจไทยได้เข้าชมเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ซึ่งมีบริษัทเอกชนเข้าไปลงทุนกว่า 13 บริษัท
อย่างไรก็ตาม เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้มีการก่อสร้างเต็มพื้นที่แม้จะขยายเฟส 2 แล้วก็ตาม ทำให้รัฐบาลมีแนวคิดในการหารือกับรัฐบาลเมียนมาเพื่อลงทุนเขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ พร้อมชักชวนเอกชนไทยให้ร่วมลงทุน เพราะเป็นโอกาสดีในช่วงที่เมียนมากำลังเปิดประเทศ และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทสนใจที่จะมาลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเมียนมา โดยมองหาพื้นที่ใกล้กรุงย่างกุ้งเพื่อรองรับนักลงทุนของไทยโดยเฉพาะ ผู้ผลิตสินค้าที่ใช้บริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออก ซึ่งจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีระบบโลจิสติกส์ที่ดีกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา
ทั้งนี้ ได้ชักชวน บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานบริษัท สหพัฒนพิบูล ร่วมลงทุนทำเป็นระบบโลจิสติกส์ในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะการก่อสร้างคลังสินค้าในพื้นที่ใกล้กับกรุงย่างกุ้งซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมาก โดยบุณยสิทธิ์แสดงความสนใจ ขณะที่ทางกลุ่มบริษัทจะลงทุนทำคลังสินค้าให้ได้ภายในปีนี้ ส่วนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายมองว่าเป็นเรื่องอนาคตต้องเกิดขึ้นในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนัก
“โครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญต่อการพัฒนาและการที่บริษัทจะเข้ามาลงทุนก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมียนมาไปพร้อมกัน” จรีพร กล่าว
วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มอมตะได้เข้ามาดูลู่ทางการลงทุนในเมียนมาหลายครั้ง ซึ่งมองว่าเมียนมามีศักยภาพเหมาะสมสำหรับการลงทุนของนักลงทุนไทยหลายประการ ประการแรก ค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศไทยเกือบ 3 เท่า ขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานของคนเมียนมาก็อยู่ในระดับที่ดี เห็นได้จากความพอใจต่อแรงงานเมียนมาที่เข้าไปทำงานในประเทศไทย
2.ภูมิศาสตร์ของเมียนมาตั้งอยู่ริมมหาสมุทรอินเดีย สะดวกต่อการขนส่งสินค้าไปยังประเทศอินเดีย แอฟริกา และประเทศตะวันตก รวมถึงตะวันออกกลาง 3.ค่าครองชีพของเมียนมาที่ยังไม่อยู่ในระดับสูงมากนัก 4.เมียนมามีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในอาเซียน โดยเฉพาะด้านพลังงานก๊าซ ถ่านหิน น้ำมัน 5.การที่จีดีพีของเมียนมามีขนาดประมาณ 20% ของประเทศไทย รัฐบาลเมียนมาต้องการถือเงินลงทุนจากต่างประเทศ
6.เมียนมาเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีชายแดนติดกับประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในปัจจุบันและในอนาคต นั่นคือ จีนและอินเดีย 7.เมียนมามีระบบการให้บริการนักลงทุนที่ดี มีบริการหลังการขาย รวมถึงการขออนุญาตเพื่อลงทุนในบางพื้นที่สามารถขออนุญาตได้ในที่เดียว หรือ One Stop Service และ 8.หลังจากที่ได้มาดูข้อมูลการลงทุนในนิคมเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาแล้วทำให้มีความน่าสนใจที่ประเทศไทยจะมาลงทุนมากขึ้น
ชาติศิริ โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจเข้ามาลงทุนและปัจจุบันมูลค่าการลงทุนของไทยในเมียนมาได้ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 แล้ว รองจากญี่ปุ่น สิงคโปร์
“นักธุรกิจไทยมีเทคโนโลยี ความรู้ และเงินทุนที่เมียนมาต้องการ” ชาติศิริ กล่าว
สำหรับธุรกิจของธนาคารกรุงเทพในเมียนมานั้นหลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในเมียนมาแล้วขณะนี้ยังเปิดดำเนินการสาขาเดียว แต่สามารถสนับสนุนลูกทั้งด้านเงินทุนและบริการต่างๆ ได้พอสมควร ซึ่งลูกค้าของธนาคารในเมียนมาตอนนี้มีหลากหลายทั้งลูกค้าไทย ลูกค้าท้องถิ่นและเครือข่ายลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในเมียนมา เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์
ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ช.การช่าง กล่าวว่า ขณะนี้ ช.การช่าง ยังไม่มีการลงทุนในเมียนมา แต่เห็นศักยภาพที่มีอยู่สูงเพราะเมียนมามีความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน ซึ่งก็เป็นความต้องการที่บริษัทมีความรู้และถนัด ที่ผ่านมาได้เข้ามาดูลู่ทางอยู่เรื่อยๆ แต่ที่ยังเฝ้าติดตามอยู่ คือ เรื่องกฎระเบียบของทางการ เพราะหลังเปิดประเทศเมียนมาได้มีการปรับปรุงกฎหมายและเกณฑ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
วิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง กล่าวว่า ปีนี้บริษัทร่วมกับบริษัทพันธมิตรในเมียนมามีแผนจะลงทุนในระบบไฟเบอร์ ออฟติก ในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเมียนมา และล่าสุดที่บริษัทเข้าไปร่วมกับธุรกิจในเมียนมา คือ การเข้าไปทำระบบการชำระเงินหรือระบบหลังบ้านของซิตี้มาร์ท ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา โดยเงินลงทุนในเมียนมา ปีนี้จะอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ
“ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีมากของการเข้ามาลงทุนในเมียนมา ด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่มีความชัดเจน และขณะนี้เขาต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่ระบบในภาพรวมยังไม่ดี จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทย” วิชัย กล่าว







