
ทหารเรือขับปาเจโรเบียดกระบะคว่ำมอบตัว อ้างไม่มีเจตนาหนี-พร้อมรับผิดชอบ
หนุ่มทหารเรือคนขับปาเจโร เบียดกระบะคว่ำมอบตัวแล้ว ปฏิเสธชนแล้วหนี ระบุฝนตกถนนลื่นทำรถเสียหลัก พร้อมยินดีรับผิดชอบคู่กรณีทุกอย่าง
หนุ่มทหารเรือคนขับปาเจโร เบียดกระบะคว่ำมอบตัวแล้ว ปฏิเสธชนแล้วหนี ระบุฝนตกถนนลื่นทำรถเสียหลัก พร้อมยินดีรับผิดชอบคู่กรณีทุกอย่าง
จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว เสียหลักเบียดรถกระบะ อีซูซุจนพลิกคว่ำและข้ามเลนไปชนกับรถเก๋งที่วิ่งมาในเลนฝั่งตรงข้ามจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน โดยเหตุเกิดบริเวณถนนราชสีมา-ปักธงชัย ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุคนขับรถปาเจโรได้ลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไป โดยญาติผู้บาดเจ็บได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้มาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพื่อติดตามหาคนขับรถให้มารับผิดชอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ่าเอกวสันต์ อังคุนันท์ อายุ 34 ปี ทหารสังกัดกองทัพเรือ ซึ่งเป็นคนขับรถปาเจโร พร้อมด้วยทนายความและญาติได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พันตำรวจโท พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมาหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว โดยจ่าเอกวสันต์ ยอมรับกับพนักงานสอบสวนว่าเป็นผู้ขับรถปาเจโรคันดังกล่าวจริง โดยในวันเกิดเหตุได้ขับรถไปทำธุระ เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุได้ขับที่ความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. เกิดฝนตกทำให้ถนนลื่น ซึ่งได้พยายามบังคับรถแล้วแต่ก็เอาไม่อยู่ทำรถไปเบียดรถกระบะของคู่กรณีจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บตามเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวีดีโอ
จ่าเอกวสันต์ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีและยังได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถอีกด้วย ซึ่งต้องกราบขอโทษคู่กรณีที่เกิดเหตุดังกล่าวทำให้หลายคนต้องได้รับบาดเจ็บและเดือดร้อน เมื่อมีเหตุเกิดแล้วก็ยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง ส่วนเรื่องคดีความก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม หลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน จ่าเอกวสันต์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวและเดินทางกลับทันที
ด้าน พันตำรวจโทพิชัย เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดี 3 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุ ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วหลบหนี โดยไม่ให้การช่วยเหลือ และทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์







