
อุทยานฯเตรียมเปิดเขาคิชฌกูฏตลอดปี
กรมอุทยานฯ เตรียมเปิดเขาคิชฌกูฏตลอดปี ลดปัญหานักท่องเที่ยวแออัดช่วงเทศกาล ยกเลิกร้านอาหารบนเขาเหตุสร้างขยะ
กรมอุทยานฯ เตรียมเปิดเขาคิชฌกูฏตลอดปี ลดปัญหานักท่องเที่ยวแออัดช่วงเทศกาล ยกเลิกร้านอาหารบนเขาเหตุสร้างขยะ
นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ ได้พิจารณาว่าจากนี้ไปจะเปิดให้ประชาชนสามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชฌกูฏได้ตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลนมัสการในช่วงต้นปีที่เปิดให้ขึ้นไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น
"หลังเทศกาลปีนี้ประชาชน นักท่องเที่ยว นักแสวงบุญก็ยังสามารถขึ้นไปได้ เพื่อลดความแออัดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นปัญหามาทุกปี แต่จะมีการปิดพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในช่วงฤดูฝน โดยจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยานฯ เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท และรถโดยสารสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 10 คนต่อคันเช่นเดิม โดยอุทยานฯ จะดำเนินการปรับปรุงพื้นผิวถนนขึ้นสู่เขาคิชฌกูฏให้มีสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัยในช่วงเดือนต.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปเยี่ยมชมและนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 60 นี้ต่อเนื่องไปจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนของปีหน้า"นายทรงธรรมกล่าว
อย่างไรก็ตามแม้จะเปิดให้สามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีมาตรการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนยอดเขาในแต่ละวันให้มีความเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับปัยหาสิ่งแวดล้อม เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาขยะตกค้างสะสมบนยอดเขาคิชฌกูฏจำนวนมาก ไม่ทิ้งหรือจัดเก็บให้เป็นที่เป็นทางเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะนำลงมาได้สะดวก จึงอยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน และนักท่องเที่ยวในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดในพื้นที่อุทยานฯ การขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชกูฏจะไม่ใช่งานวัดอีกต่อไป
นายทรงธรรม กล่าวว่า กรมอุทยานฯ มีหน้าที่ประสานงานและให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการจัดงานในปีนี้กำหนดเปิดให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน นักแสวงบุญขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ตลอด 24 ชั่วโมงในระหว่างวันที่ 28 ม.ค. -28 มี.ค.
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยทางจังหวัดได้วางระเบียบและมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติหลายเรื่องโดยมีรถบริการของคนในท้องถิ่นอำนวยความสะดวก รับ –ส่ง ขึ้นเขารวม 142 คันแบ่งเป็น 3 คิว คือที่วัดพลวง วัดกระทิง และ หน้าที่ว่าการอำเภอเขาคิชฌกูฏ มีการเปลี่ยนแปลงให้รถวิ่งยาวจากพื้นราบไปบนยอดเขาจุดพระศิวลี ไม่มีการต่อรถ กลางเขาเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา อัตราค่าโดยสารเที่ยวละ 100 บาทแต่ละเที่ยวรถจะใช้เวลา ขึ้น - ลงเขาประมาณ 1 ชั่วโมง จากระยะทาง 9 กม. 148 โค้ง และปีนี้อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้เก็บค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานฯตามระเบียบของกรมอุทยานฯ ในอัตราผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ส่วนชาวต่างชาติเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท เด็ก 50 บาท และเปิดให้ขึ้น - ลง เขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ประสงค์จะเดินเท้าขึ้นเขาก็สามารถเดินขึ้น ลง เขาได้ตามสะดวก แต่ขอให้เตรียมอาหาร และน้ำดื่มขึ้นไปเอง
"ในปีนี้ทางจังหวัดได้จัดระเบียบ เน้นเรื่องของความปลอดภัย และ ความสะอาด อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกเลิกร้านค้าทุกร้อนที่เคยอำนวยความสะดวกขายของบนยอดเขา ส่วนดอกไม้โดยเฉพาะดอกดาวเรืองให้ผู้ที่ขึ้นไปกราบไหว้วางไว้ได้ที่เนินพระเมตตาซึ่งอยู่ห่างจากรอยพระพุทธบาทประมาณ 800 เมตร ในส่วนของรอยพระพุทธบาทห้ามนำดอกไม้เข้าไปวางสักการะ เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เห็นรอยพระพุทธบาทอย่างชัดเจนและเป็นการบริหารจัดการเรื่องขยะ ส่วนอาหารขอให้ประชาชนที่จะขึ้นไปบนยอดเขาเตรียมอาหารและน้ำดื่ม ขึ้นไปด้วยตนเอง และหลังจากรับประทานเสร็จให้เก็บขยะลงมาทิ้งด้านล่าง เนื่องจากร้านอาหารด้านบนที่เคยมีถูกยกเลิกการให้บริการทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนที่ขึ้นไปได้ชื่นชมทัศนียภาพ ธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏอย่างเต็มที่"นายทรงธรรม กล่าว







