
เมื่อต้นทุนทางธุรกรรม (Transaction Costs) หายไป
หากท่านเดินไปในสถานที่ที่มีผู้คนมากมาย หนึ่งในจำนวนผู้คนเหล่านั้นกำลังมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาอยู่ ประโยคข้างต้นคงมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่คงคิดว่า น่าจะมีมากกว่าหนึ่งคนนะ
หากท่านเดินไปในสถานที่ที่มีผู้คนมากมาย หนึ่งในจำนวนผู้คนเหล่านั้นกำลังมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาอยู่ ประโยคข้างต้นคงมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่คงคิดว่า น่าจะมีมากกว่าหนึ่งคนนะ
จากปรากฏการณ์ที่มีการใช้สมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมากนี้เองที่ทำให้มีแอพพลิเคชั่นหลากหลายเกิดขึ้นมา โดยกลุ่มหนึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำให้คนสามารถติดต่อกันด้วยต้นทุนทางธุรกรรมที่ต่ำ (มาก) ติดต่อกันเรื่องอะไร ต้นทุนทางธุรกรรมต่ำส่งผลอย่างไร ท่านสามารถเข้าใจได้ด้วยตัวอย่างต่อไปนี้
หากเราคิดจะไปเที่ยวภูเก็ตเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว เราคงต้องหาโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ทำธุรกิจที่ให้บริการที่พักอาศัยสำหรับนักท่องเที่ยว สถานที่พักเหล่านี้ต้องมีจำนวนห้องพักให้บริการมากพอสมควร เพื่อให้คุ้มค่ากับการจ้างพนักงานให้บริการลูกค้าในหน้าที่ต่างๆ อาทิ พนักงานต้อนรับลูกค้า พนักงานทำความสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือแม้กระทั่งการจ้างพนักงานบัญชีและนักกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูง ราคาห้องพักจึงต้องสูงตามไปด้วย ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถหาห้องพักราคาประหยัดและปลอดภัยได้
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยให้เราสามารถหาห้องพักราคาถูก และมีความปลอดภัยระดับหนึ่งได้ โดยการใช้แอพพลิเคชั่นที่มีในปัจจุบันมากมาย อาทิ Airbnb และ Wimdu ที่เปิดให้บริการจับคู่ระหว่างเจ้าของที่พักและผู้เข้าพัก โดยที่ทั้งสองฝ่าย ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน ซึ่งเอื้ออำนวยให้เจ้าของที่พักไม่จำเป็นต้องมีห้องพักจำนวนมาก เพื่อให้มีต้นทุนเฉลี่ยต่อห้องในการให้บริการต่ำ (Economies of Scale) และไม่ต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า เนื่องจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลด้วย เช่น การเผยแพร่ความคิดเห็นของผู้เคยเข้าพักในสถานที่นั้นๆ ทำให้ผู้ที่ตัดสินใจจะเข้าพักทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ในมุมมองของผู้เคยใช้บริการมาก่อน และเจ้าของที่พักก็สามารถเรียกร้องความเสียหายหากทรัพย์สินชำรุด หรือมีปัญหาจากผู้ดำเนินการแอพพลิเคชั่นได้ แทนที่จะต้องตามเรียกเก็บกับผู้เข้าพักเอง ซึ่งนับเป็นความยุ่งยากสำหรับเจ้าของที่พักที่ นั่นคือ การมีตัวกลางเป็นผู้ดำเนินการแอพพลิเคชั่นเช่นนี้ ช่วยลดต้นทุนทางธุรกรรมของทั้งสองฝ่าย ทำให้คนธรรมดาที่มิได้มีทุนในการประกอบกิจการมาก สามารถเป็นผู้ดำเนินธุรกิจการให้เช่าห้องพักได้ และผู้เข้าพักสามารถประหยัดเงินโดยจ่ายค่าที่พักในราคาถูกโดยสามารถพิจารณาระดับความปลอดภัยจากความคิดเห็นของผู้ที่เคยเข้าพักได้
อีกตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการลดต้นทุนและต้นทุนทางธุรกรรมคือ ทุกคนสามารถดำเนินการกระจายภาพและเสียง (Broadcasting) ได้ด้วยตนเอง ดังเช่นการเผยแพร่คลิปวิดีโอลงในเว็บไซต์ ยูทูบ หรือเฟซบุ๊ก ความก้าวล้ำในเทคโนโลยีนี้น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ในวงการโทรทัศน์ เนื่องจากทำให้ต้นทุนในการกระจายภาพและเสียงลดลง คุณไม่จำเป็นต้องมีห้องอัดรายการ คนจัดฉากและไฟ คุณก็สามารถผลิตรายการของคุณเองได้ในหลากหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นรายการแนะนำวิธีการแต่งหน้า รายการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร หรือแม้แต่รายการที่มีเด็กอายุไม่ถึง 5 ขวบมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับของเล่นใหม่ๆ (ยอดการดูรายการเด็กที่จัดทำโดยมือสมัครเล่นในบางคลิปมีมากถึง 2 ล้านคนนะคะ) ในอีกมุมหนึ่ง ผู้รับชมสามารถเลือกเนื้อหาที่ตัวเองต้องการได้มากขึ้น และเลือกเวลาในการรับชมได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ไลฟ์ (Live) หรือการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียล มีเดียอย่างเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรมกำลังถูกจับตามองเป็นอย่างมากเช่นกัน ดังที่ได้เห็นจากข่าวการรายงานสดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผ่านเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามจำนวน 4-5 แสนคน หรือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การเผยแพร่รายการของบริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ ซึ่งได้ประกาศปิดตัวรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ที่ออกอากาศทางช่อง MCOT มานานถึง 9 ปีเต็ม แต่มีการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบเฟซบุ๊กไลฟ์ หรือ อินสตาแกรมไลฟ์เพิ่มขึ้น
คำถามคือ แล้วรูปแบบ “ไลฟ์” นั้นดีอย่างไร รูปแบบไลฟ์มีข้อได้เปรียบ คือ ผู้ชมสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ผู้ดำเนินรายการสามารถโต้ตอบกับผู้ชมได้ และสิ่งที่สำคัญสำหรับกิจการกระจายภาพและเสียง คือ เงินรายได้ค่าโฆษณา ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่จ่ายเงินเพื่อโฆษณาสินค้าผ่านโทรทัศน์จะสามารถประเมินความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายเพื่อการโฆษณาได้ยาก แม้จะมีการจัดอันดับความนิยม (Rating) กันมา ช้านาน แต่ยังคงมีข้อสงสัยว่าการจัดอันดับรายการนั้นสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้มากน้อยเพียงไร ซึ่งแตกต่างจากการลงโฆษณาทางสื่อออนไลน์ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถรู้ได้ว่า โฆษณาของตนสามารถปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจำนวนกี่คน และสามารถรู้กระทั่งว่า ผู้ชมเหล่านั้นมีอายุเท่าไร เพศใด มีการศึกษาระดับใด หรือแม้แต่อาศัยอยู่ที่ใด ทำให้เจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถตัดสินใจใช้เงินเพื่อการโฆษณาได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อลดต้นทุนทางธุรกรรมยังรวมไปถึงการซื้อขายของมือสอง การให้เช่าหรือการเช่ารถยนต์ส่วนบุคคล ที่จอดรถ หรือสัญญาณไว-ไฟ รวมถึงการให้กู้ยืมเงินกัน (Peer to Peer Lending) โดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งการให้กู้ยืมเงินกันนี้จะทำให้ผู้ให้กู้ได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยลดลง เนื่องจากสามารถตัดกำไรของคนกลาง (สถาบันการเงิน) ไปได้ ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในอนาคตเช่นกัน
นอกจากผู้บริโภค ผู้ผลิต ผู้ให้บริการต้องปรับตัวแล้ว รัฐบาลต้องมีการปรับบทบาทเช่นเดียวกัน การควบคุมเนื้อหารายการโทรทัศน์เพื่อทำให้เด็กและเยาวชนได้รับชมเนื้อหา ที่เหมาะสมกับตนอาจไม่สัมฤทธิผลอีกต่อไป หากเขาเหล่านั้นสามารถรับชมเนื้อหาที่ “ไม่เหมาะสม” ผ่านทางเว็บไซต์ได้ แต่หากมีการปิดกั้นมากจนเกินไปอาจทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลในโลกไร้พรมแดนได้ บริการของ Airbnb จะสามารถจัดหาที่พักอาศัยที่ปลอดภัยพอสำหรับผู้เข้าพักหรือไม่ และจะมีผลต่อธุรกิจโรงแรมที่เป็นผู้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายมากน้อยเพียงไร จะเกิดความขัดแย้งดังเช่นกรณีของ Uber (แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการจับคู่ผู้ขับรถยนต์ส่วนตัวเพื่อให้บริการรับส่งกับผู้โดยสาร) กับผู้ขับรถยนต์โดยสาร (Taxi) ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?
นวัตกรรมการให้บริการใหม่ๆ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี้ (Disruptive Technology) เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับทั้งผู้ประกอบกิจการ และรัฐบาลในยุคไทยแลนด์ 4.0 ใครจะอยู่ใครจะไป ขึ้นอยู่กับการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และการออกกฎระเบียบของรัฐบาลที่ “รู้เท่าทัน” เช่นกัน







