
กทช.ชี้รัฐบาลแทรกประมูล3จีใบที่3
วิปเลื่อนพรบ.กสทช.ถกเร็วขึ้นดีแทคโต้กมธ.ป้ายสีต่างด้าว
วิปเลื่อนพรบ.กสทช.ถกเร็วขึ้นดีแทคโต้กมธ.ป้ายสีต่างด้าว
กทช. หวั่นไลเซนส์ใบที่ 3 ไม่เกิด หลังวิปรัฐบาลแทรกแซงประมูล 3จี เตรียมเร่งวาระ กสทช.ให้ทันก่อนปิดประชุม พ.ย.นี
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า การประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี ใบที่ 3 อาจไม่เกิดขึ้น เพราะมีความไม่แน่นอนในช่วงเวลา 90 วัน หลังประมูลใบที่ 1 และใบที่ 2 เสร็จ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... หรือ พ.ร.บ. กสทช.
ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้วิปรัฐบาลพยายามเข้าแทรกแซงการประมูล 3จี ด้วยการเลื่อนวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จากเดิมอยู่วาระที่ 30 ให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันสมัยปิดประชุมสภา เดือน พ.ย.นี้ ซึ่งหาก กสทช. เกิดขึ้นจริง กทช.อาจชะลอการประมูลไลเซนส์ใบที่ 3 ออกไปก็ได้
พ.อ.นที กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของไลเซนส์ใบที่ 3 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประมูล 3จี ระหว่างวันที่ 2028 ก.ย.นี้ เกิดการแข่งขันกันอย่างเต็มที่จากทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค บริษัท ดีแทค อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส และบริษัท เรียลมูฟ โดยไม่มีการฮั้วกันอย่างแน่นอน
สำหรับการประมูล 3จี ที่จะเกิดขึ้นนั้น กทช.ได้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท ในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบ ที่พัก และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่มาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งหมด โดยจะชี้แจงให้เอกชนที่เข้าร่วมประมูลวันที่ 1516 ก.ย.นี้
การประมูลจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.0021.00 น. รวม 12 ชม.ต่อวัน ซึ่งจะมีการเคาะราคาทุก 1 ชม. ครั้งละ 640 ล้านบาท หรือราคาเพิ่มขึ้นวันละ 7,680 ล้านบาท โดยจะเป็นการประมูลผ่านระบบอินทราเน็ต และผู้เข้าร่วมประมูลจะทราบเพียงว่า เป็นผู้ชนะชั่วคราวของชม.นั้นๆ รวมทั้งมีสิทธิ์ที่จะไม่เคาะราคา 3 ครั้ง แต่หากครบ 3 ครั้งและยังไม่เคาะราคาอีก จะถือว่าออกจากการแข่งขัน
พ.อ.นที กล่าวว่า ขณะนี้กทช.กำลังพิจารณาขยายจำนวนผู้มีสิทธิ์เคาะราคาของแต่ละบริษัท จาก 5 คน เป็น 710 คน แต่ยังคงกฎระเบียบการประมูลที่ว่า หากผู้ใดเดินออกจากห้องกดราคาแล้วจะไม่มีสิทธิ์กลับเข้าไปอีก
นอกจากนี้ ยังได้มีมาตรการให้เจ้าหน้าที่ กทช.เซ็นลงนามห้ามเผยแพร่ ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับ 3 จี เพราะขณะนี้ได้มีความพยายามจากบริษัทเอกชนในการเข้าหาข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ กทช. และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลเพื่อประโยชน์ หากจับได้ว่ามีการนำข้อมูลออกไปภายนอก จะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ. ว่าความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว และ มีโทษจำคุกตลอดชีวิต
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า รูปแบบการประมูลที่ใช้ครั้งนี้ คือ การประมูลแบบพร้อมกันและดำเนินการหลายรอบ หรือ เอสเอ็มอาร์ (Simultaneous Multiple Round) ซึ่งระยะเวลาของแต่ละรอบจะถูกกำหนดล่วงหน้า และการ กำหนดราคา 640 ล้านบาทนั้น เพื่อป้องกันการปั่นราคาจากผู้เข้าร่วมประมูล
ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) รายงานว่าบริษัทรับทราบจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ คณะอนุกรรมาธิการเพื่อการศึกษาระเบียบ คำสั่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการสื่อสาร สารสนเทศและโทรคมนาคมฯ ได้จัดทำรายงานเรื่องการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวของบริษัท และได้แถลงข่าวพาดพิงถึงสถานะของบริษัท
ดีแทคขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วคณะอนุกรรมาธิการฯ มิได้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือการประมูล 3จี อีกทั้งโดยข้อเท็จจริงแล้วการประกอบธุรกิจของบริษัทก็เป็นไปโดยสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทุกประการ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นองค์กรเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ก็ได้ให้คำรับรองมาโดยตลอดอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี บริษัทจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด โดยจะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจะถือว่าการกล่าวหาบริษัทเช่นนี้เป็นเรื่องร้ายแรง โดยบริษัทจะพิจารณาดำเนินมาตรการต่างๆ ทางกฎหมายต่อไป
ดีแทคแจ้งว่า เนื่องจากในระยะนี้บริษัทยังอยู่ในช่วงที่ กทช.ห้ามมิให้ผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการประมูล ดังนั้นจึงเป็นการยากที่บริษัทจะสามารถระงับข่าวลือต่างๆ เช่นนี้ได้ทันท่วงที บริษัทจึงใคร่ขอให้ กทช. ได้โปรดเข้ามาให้ความกระจ่างในเรื่องกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าประมูล 3จี เพราะ กทช.เป็นองค์กรเหมาะสมที่สุดที่จะขจัดความพยายามต่างๆ ที่จะ ขัดขวางกระบวนการประมูล 3จี







