
น้ำท่วมภาคใต้ กรีดยางลดลง ส่งผลราคาพุ่ง
น้ำท่วมภาคใต้ทำผลผลิตยางพาราหายจากตลาดวันละ 1 ล้านกิโลกรัม ส่งผลราคายางพุ่งสูงขึ้นแตะกิโลกรัมละ 84 บาท
น้ำท่วมภาคใต้ทำผลผลิตยางพาราหายจากตลาดวันละ 1 ล้านกิโลกรัม ส่งผลราคายางพุ่งสูงขึ้นแตะกิโลกรัมละ 84 บาท
นายชำนาญ เมฆตรง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตยางพาราหายไปจากตลาดโดยเกษตรกรยังไม่สามารถกรีดยางได้ทุกจังหวัด โดยขณะนี้กลุ่มพ่อค้าซื้อขายล่วงหน้าต่างก็ได้กวาดซื้อยางเพื่อทำการส่งมอบตามสัญญา
“กลุ่มสหกรณ์ในฐานะแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยาง เช่น ทำเป็นผลิตภัณฑ์หมอน แผ่นพื้น ส้นรองเท้า ไม้กวาดยาง ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตปรับขึ้น แต่ก็ได้ตั้งราคาป้องกันความเสี่ยงแล้ว อีกทั้งยังสามารถปรับราคาสินค้าได้ แต่ขณะนี้ก็ไม่มีการปรับราคาสินค้าแปรรูปจากยางพาราแต่อย่างใด ต้องรอเมื่อหมดพายุฝนและสามารถกรีดยางได้ทุกจังหวัด จึงจะได้ข้อสรุปราคายางที่เป็นจริง” นายชำนาญ กล่าว
ด้าน นายวีระศักดิ์ สินธุวงศ์ ประชาสัมพันธ์สภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันราคายางพาราได้ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำยางสดราคากิโลกรัมละ 84 บาท จากช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งราคาอยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 30-60 บาทเท่านั้น
ทั้งนี้ ราคายางก้อนถ้วยภาคเหนือ อีสาน จากราคากิโลกรัมละ 15-18 บาท ปัจจุบันราคากิโลกรัมละ 37-44 บาท ยางก้อนถ้วย 100% จากกิโลกรัมละ 40 บาท ก็ปรับขึ้นเป็น 72 บาท
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากราคายางพาราที่ขยับขึ้น ทำให้ชาวสวนยางทั่วทุกภาคเพิ่มการกรีดยางเป็นวันละ 3 รอบ
นอกจากนี้ แรงงานสวนยางพาราที่เคยเคลื่อนย้ายไปสู่โรงงานอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจก่อสร้างในช่วงที่ราคายางตกต่ำ ก็เริ่มกลับเข้ามารับจ้างในสวนยางเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่สถาบันเกษตรยางพารา ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวทำสัญญาส่งไปขายยางโดยตรงกับประเทศจีนจำนวนหลายราย
“ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคายางพาราขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีการโค่นยางพาราไปปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน เช่น สวนปาล์ม ไร่พริกไทย สวนพืชเชิงซ้อน เป็นต้น อีกทั้งมีการทิ้งสวนยางให้ว่างเปล่า เพราะขาดแคลนแรงงาน และประการสำคัญคือเกิดภาวะลานินญา เอลนินโญ อีกทั้งนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล” นายวีระศักดิ์ กล่าว
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ราคายางพาราที่พุ่งสูงขึ้นทำให้สวนยางที่ถูกทิ้งร้างไว้จำนวนมากจะฟื้นคืนกลับมาเริ่มกรีดกันอีกครั้ง โดยในช่วงปิดกรีดยางตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ จะมีการฝึกหัดคนกรีดยาง ตลอดจนมีการปรับปรุงพัฒนาสวนยาง เพื่อรองรับการเปิดหน้ายางเริ่มกรีดในปี 2561







