
กรธ.เล็งปรับที่มา "กรรมการสิทธิมนุษยชน"
"มีชัย" เล็งปรับที่มา "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน" หวังสร้างมาตรฐานแบบสากล มุ่งทำงานเป็นทีมเพื่อแก้ปัญหา
"มีชัย" เล็งปรับที่มา "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน" หวังสร้างมาตรฐานแบบสากล มุ่งทำงานเป็นทีมเพื่อแก้ปัญหา
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมนารับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ว่า กฎหมายลูกฉบับนี้ต้องทำให้สอดคล้องกับหลักการปารีส แม้ว่าประเทศจะมีกสม.มานานกว่า 10 ปี แต่มักพบปัญหาการทำงานโดยตลอดทั้งภายในและภายนอก
"กรธ.ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงกำหนดภารกิจของกสม.ให้ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราถูกมองในแง่ลบจากนานาชาติ คือ ที่มาของคณะกรรมการกสม.ที่ถูกกล่าวถึงว่ายังไม่หลากหลายพอ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหายังขาดความหลากหลาย ทั้งความเชื่อมโยง และอาชีพ ซึ่งกรธ.ได้ปรับให้ชัดเจน บังคับให้มาจากหลากหลายด้านให้ครบถ้วน"นายมีชัย กล่าว
ส่วนการจัดทำรายงานเผยแพร่ ที่ผ่านมา กสม. ทำไม่ทัน อาจจะเพราะการไม่ลงรอยกันภายใน หรือการขาดผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น จึงได้หาช่องทางให้หาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดทำรายงานได้ แต่เนื้อหาต้องมาจากทั้งคณะ เพราะที่ผ่านมามักจะแบ่งเป็นคนละสาขา ต่างคนต่างทำ เวลาเขียนรายงานจะมีปัญหา องค์กรอิสระอื่นๆก็เหมือนกัน จึงพยายามสร้างกลไกว่าการทำงานต้องทำเป็นทีม ร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหา
นายมีชัย กล่าวอีกว่า ในกฎหมายลูกได้กำหนดให้กสม.ต้องทำแผนรายงานล่วงหน้า แล้วต้องทำให้ได้ตามนั้น หากทำไม่ได้ตามแผน ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาลดเกรดอีก เพราะทำงานล่าช้า รวมทั้งกสม.มีหน้าที่รายงานความจริงในประเทศ ไม่ใช่ในฐานะโฆษกของรัฐบาล ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้น กสม. ก็ต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับนานาชาติรับรู้
นอกจากนี้ กรธกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับการละเมิดสิทธิ อาจให้ทำเป็นระบบจัดเคสขึ้นมา แล้ววิเคราะห์ว่าปัญหาต้นตอเกิดจากอะไร และให้ร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เชื่อว่า ไม่กี่ปี การละเมิดสิทธิ และถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่รัฐ จะลดลงอย่างมาก แต่ปัจจุบัน กสม. ดูจะดีใจกับการจัดการปัญหาเป็นรายบุคคล และดีใจกับจำนวนที่จัดการได้ แต่คิดว่าหากกสม.ถอดรากถอนโคนปัญหาทั้งระบบเพียง 2-3 เรื่อง จะดีกว่า
"เราพยายามสร้างกลไกให้สำนักงานเอื้อต่อการทำงานของคณะกรรมการ พยายามทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน และให้สำนักงานเป็นเครื่องมือของ คณะกรรมการ โดยมี 3 หลักการ คือ 1.การแสวงหา 2.การวิเคราะห์ โดยอาจให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำ และ 3.การหาทางแก้ไข ไม่ให้เกิดอีกในอนาคต ซึ่งการทำงานของคณะกรรมการที่มาจากสองน้ำ คือ ราชการและเอ็นจีโอ ทำงานกันคนละแบบ ดังนั้น ต้องมานั่งจับเข่าคุยกันว่าจะหาทางทำงานร่วมกันอย่างไร"ประธาน กรธ. ระบุ







