
ประยุทธ์เบรกโมเดล66/23
พล.อ.ประยุทธ์ชี้พรรคการเมืองไม่เข้าร่วมปรองดอง ไม่เห็นประเทศอยู่ในสายตา
พล.อ.ประยุทธ์ชี้พรรคการเมืองไม่เข้าร่วมปรองดอง ไม่เห็นประเทศอยู่ในสายตา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า หากพรรคการเมืองใดไม่เข้าร่วมในกระบวนการปรองดองก็ช่วยอะไรไม่ได้ รัฐบาลให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ และหากไม่พูดก็แสดงว่าไม่ได้มองประเทศอยู่ในสายตา
อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณอีกหลายๆ พรรคที่ยินดีจะเข้ามาโดยไม่มีการกล่าวอ้างเรื่องส่วนตัวเลย อยากจะเข้ามาเพื่อพูดหรือหารือว่าจะดูแลกันอย่างไร ถ้าหารือกันไม่ได้ แล้วบอกว่าไม่เห็นด้วย เรื่องนี้สังคมก็ต้องไปตัดสินกันเอาเอง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้นำเอาสูตรการปรองดองของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 66/23 มาใช้ว่าอยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนให้ดี เพราะสูตรดังกล่าวเป็นคนละกรณีครั้งนั้นเป็นเรื่องการต่อสู้กัน ซึ่งมีทั้งการใช้กำลัง การใช้อาวุธสงคราม แบ่งฝ่ายต่อสู้กันซึ่งเป็นคนละเรื่อง
“วันนี้เราไม่ได้แบ่งแบบนั้น สูตร 66/23 เป็นการนำคนกลับเข้ามาเพื่อเป็นกลุ่มพัฒนาชาติไทย แต่กรณีปัจจุบันมันเป็นคนละอย่าง และไม่ได้แบ่งกันเป็นคนละลัทธิ วันนี้อยู่ที่การจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างไร ด้วยกลไกปกติซึ่งมันต้องมีวิธีการ”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า จะไม่ใช้วิธีการปรองดองตามคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 66/23 สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
“แนวทางของผมจะไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย แต่เน้นการสร้างความเข้าใจของทุกฝ่าย เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข” พล.อ.ประวิตร กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือขอความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปรองดองจากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท.แล้ว
ทั้งนี้ ในวันที่ 25 ม.ค. จะมีการหารืออย่างไม่เป็นทางการในส่วนของสมาชิกพรรคที่มีความสนใจในเรื่องนี้ ก่อนที่จะส่งความเห็นเป็นเอกสารกลับไปภายในวันที่ 31 ม.ค.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (กปปส.) กล่าวว่า มูลนิธิพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างความปรองดอง เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของนายกฯ ที่จะปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ทำให้ประเทศเกิดความปรองดองและเดินไปข้างหน้า
“หากมีการเชิญผมให้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรองดองนั้น ผมก็ยินดีเข้าร่วมพร้อมเสนอให้รัฐบาลหาแนวทางเพื่อทำให้เกิดความปรองดองในระยะยาวให้ได้” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะการลงนามไม่สามารถแก้ไขปัญหาเพื่อความปรองดองได้อย่างแท้จริง ขอให้ความสำคัญเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดความปรองดองมากกว่า
“ยืนยันว่าส่วนตัวสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และสนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จเพราะทุกอย่างคืออนาคตของประเทศไทย ส่วนจะร่วมลงนามหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้” นายสุเทพ กล่าว







