
อาวุธการเมืองจีน
ใกล้ถึงวันตรุษจีนแบบนี้ ไม่ได้มีแต่คนจีนที่ตั้งตารอการเดินทางกลับบ้าน
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ใกล้ถึงวันตรุษจีนแบบนี้ ไม่ได้มีแต่คนจีนที่ตั้งตารอการเดินทางกลับบ้าน หรือช็อปปิ้งรับเทศกาลหยุดยาวเนื่องในวันปีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่คนทั่วโลกก็ตั้งตารอนักท่องเที่ยวชาวจีนนับล้านที่จะเดินทางท่องเที่ยวกันหนาแน่นเป็นพิเศษในช่วงนี้เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเอเชียด้วยกัน ที่เป็นเป้าหมายการเดินทางของชาวจีนส่วนใหญ่
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกที่เสมอไปที่ชาวจีนจะให้การตอบรับ
หรือหากจะเรียกให้ชี้ชัดลงไปกว่านั้นก็คือ ไม่ใช่ทุกประเทศที่ “รัฐบาลจีน” จะส่งเสริมให้คนของตนเองออกไปท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ คาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศราว 6 ล้านคน ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ.
รอยเตอร์สระบุว่า นักท่องเที่ยวกำลังเป็นอีกหนึ่งในอาวุธทางการเมืองที่จีนใช้สร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจกับประเทศในละแวกนี้ที่มีปัญหากระทบกระทั่งกัน ซึ่งกรณีที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ไต้หวัน ซึ่งเผชิญกับการตอบโต้ของจีนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน มีท่าทีแข็งกร้าวกับจีน
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไต้หวันรายหนึ่ง ได้ระบายว่า ไม่ตั้งความหวังกับตรุษจีนปีนี้เท่าไรนัก เพราะเชื่อว่าจีนใช้กลยุทธ์นักท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งในปีที่แล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในไต้หวันลดลงไปจากปีก่อนหน้าถึง 36%
ไม่ใช่เพียงแต่ไต้หวันเท่านั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่รัฐในบางประเทศต่างก็เริ่มกังวลว่า รัฐบาลปักกิ่งจะใช้นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเป็นเครื่องมือต่อรองเพิ่มแรงกดดันให้หนักขึ้น อาทิ เกาหลีใต้ ซึ่งเดินหน้าติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธระดับสูงที่ซื้อจากสหรัฐ จนกลายเป็นประเด็นกับจีนไปไม่นานนี้
เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้รายหนึ่ง เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติของจีน (ซีเอ็นทีเอ) ได้สั่งให้บริษัททัวร์ในประเทศลดทัวร์ไปเกาหลีใต้ลงแล้วอย่างน้อย 20% ระหว่างเดือน พ.ย. 2016-ก.พ. 2017 และจากการคำนวณยังเชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงหลายพันคน เนื่องจากจีนไม่อนุมัติเครื่องบินเช่าเหมาลำ 8 ลำ ในเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้
ความน่ากังวลเช่นนี้เริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาซึ่งมีปัญหาเกิดขึ้น และทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนในแดนโสมขาวเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 1.8% นับว่าลดลงฮวบฮาบจากเดือน ส.ค. ที่เพิ่มขึ้นถึง 70.2% หรือในเดือน ก.ย. ที่เพิ่มขึ้น 22.8%
ผู้นำจีนเคยประกาศเอาไว้โดยมีเป้าหมายโดยตรงถึงสหรัฐที่กำลังจะเล่นเกมกีดกันทางการค้าว่า ไม่มีใครเป็นผู้ชนะในสงครามการค้า ทว่าในวันนี้ จีนเองก็อาจจะกำลังทำในสิ่งที่ไม่ต่างอะไรไปจากสหรัฐเช่นเดียวกัน







