posttoday
การบริหารทีมงาน

การบริหารทีมงาน

22 มกราคม 2560

จากหลายๆ เรื่องที่คนไทยต้องพัฒนาเพื่อให้เข้ากับกระแส ประเทศไทย 4.0 หนึ่งในนั้นคือเรื่องการทำงานเป็นทีม

โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์

จากหลายๆ เรื่องที่คนไทยต้องพัฒนาเพื่อให้เข้ากับกระแส ประเทศไทย 4.0 หนึ่งในนั้นคือเรื่องการทำงานเป็นทีม หรือการบริหารทีมงาน ซึ่งมีการกล่าวถึงมานานแล้วว่า เราเป็นคนเก่งประเภทตัวคนเดียว ทำงานเป็นทีมไม่สำเร็จ

ดังนั้น วันนี้ผมจึงได้รวบรวมแนวคิดเรื่องการบริหารทีมงานซึ่งมาจากประสบการณ์ทำงานของผมเองควบคู่กับแนวคิดของ Mary Parker Follett (1868-1933) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกทฤษฎีองค์กรและการบริหารงานบุคคลสมัยใหม่ ได้สรุปแนวทางการบริหารทีมงานได้ ลักษณะเด่นของทีมงาน ควรมีดังนี้

1.ความชัดเจนในวัตถุประสงค์ (Clear Sense Of Purpose) ในการทำงานนั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ โดยให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์นั้น (Shared Vision) เพื่อจะได้เห็นภาพในอนาคตขององค์กรไปพร้อมๆ กับผู้บริหาร โดยผู้บริหารองค์กรเป็นผู้จุดประกายเพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและให้ประโยชน์สูงสุดให้องค์กร

2.พฤติกรรมการมีส่วนร่วม (Participation) ของสมาชิกในทีมงานเพื่อให้ได้รับรู้จุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์กร การมีส่วนร่วม ได้แก่ การได้เข้ารับฟัง การแสดงความคิดเห็นหรืออภิปราย

3.การสร้างบรรยากาศของการทำงานเป็นทีม (Team Climate) เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเรียบง่าย อบอุ่น สบายใจในการทำงาน โดยสมาชิกช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดี เช่น การแนะนำ ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือกัน การสนับสนุนกันด้วยการช่วยจัดหาอุปกรณ์สิ่งของที่จำเป็นเพื่อสะดวกใช้ในการทำงาน

4.การรับฟังซึ่งกันและกัน (Listening) สมาชิกตั้งใจฟังการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกคนอื่นอย่างตั้งใจ คิดพิจารณาไตร่ตรองสิ่งที่ได้รับฟัง สนใจในเรื่องที่สมาชิกต้องการให้รับรู้ แสดงความเอาใจใส่ต่อคำขอร้อง

5.แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ (Civilized Disagreement) การไม่เห็นด้วยเป็นปรากฏการณ์ปกติที่มักเกิดขึ้นในทีมงาน เป็นภาพสะท้อนให้เห็นบรรยากาศการทำงานที่เป็นอิสระทางความคิด ความคิดเห็นที่แตกต่างมักมีประโยชน์เสมอ ถ้าการแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้บั่นทอนความรู้สึกของสมาชิกผู้อื่นให้ดูเหมือนกับถูกตำหนิ การแสดงความคิดเห็นที่ดีย่อมนำไปสู่ความเป็นปึกแผ่นของทีมงานได้ในที่สุด

6.การสื่อสารที่เปิดเผย (Open Communication) เป็นการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมาชิกในทีมงานด้วยการเปิดเผย มีความจริงใจต่อกัน มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งผู้นำทีมและสมาชิกในทีมงานควรมีการกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารกัน

7.การรับรู้บทบาทและหน้าที่ในงานอย่างชัดเจน (Clear Roles And Work Assignments) มีการระบุภาระงานและข้อกำหนดในการทำงาน พร้อมกับมีการกำหนดบทบาทและความคาดหวังต่องานที่มอบหมาย

8.ภาวะผู้นำร่วม (Shared Leadership) ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการทำงานเป็นทีม คือ ภาวะผู้นำร่วมในทีมงาน เนื่องจากการทำงานเป็นทีมนั้นได้เป็นการนำความสามารถที่หลากหลายของบุคคลที่เป็นสมาชิกในทีมเข้ามาทำงานร่วมกัน ดังนั้นภาวะผู้นำจึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้นำทีมเท่านั้น แต่สมาชิกทุกคนต้องมีความเป็นภาวะผู้นำร่วมด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานและดำรงรักษาความเป็นทีมงานเอาไว้

เช่น การริเริ่ม ให้ข้อมูล แสวงหาข้อมูล ให้ความกระจ่าง การสรุป การทดสอบวิเคราะห์ความคิดความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ การผสมผสานความคิดเพื่อแสวงหาจุดร่วม สอบถามตรวจสอบในการตัดสินใจ การสนับสนุน และการประนีประนอม เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย ในการปรับปรุงหรือเริ่มสร้างทีมงานเพื่อทำงานให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้นะครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน