
มองไปข้างหน้า 2560 (3)
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดนัลด์ รัมสเฟลด์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม คนที่ 13 ของสหรัฐอเมริกา เคยตั้งทฤษฎีวิเคราะห์ภัยคุกคามที่จะเกิดกับสหรัฐไว้ว่า
(1) สิ่งที่สหรัฐต้องการรู้มากที่สุดคือ ประเทศใดหรือกลุ่มใดเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ ศัตรูจะโจมตีเป้าหมายอะไรและใช้วิธีการโจมตีอย่างไร หากรู้ได้ก็จะทำให้รัฐบาลหาทางป้องกันระงับยับยั้ง หรือเตรียมสรรพกำลัง รวมศูนย์กำลังตอบโต้ได้ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุดและได้ชัยชนะในที่สุด นั่นคือความปรารถนาสูงสุดที่รัฐบาลต้องการทราบ หน่วยงานความมั่นคงต้องตอบคำถามนี้ให้ได้
(2) แต่บางทีสหรัฐอาจจะรู้ได้ว่า ใครคือศัตรู แต่ไม่รู้แน่นอนว่าศัตรูจะโจมตีเป้าหมายอะไร จะใช้วิธีการ ยุทธวิธีอย่างไรในการโจมตีและจะโจมตีเมื่อใด ก็ต้องเตรียมมาตรการตอบโต้ไว้หลายๆ วิธีเพื่อใช้ตามสถานการณ์ พลังที่จะใช้ก็กระจัดกระจายไป แม้ไม่ใช่เป็นสถานการณ์ที่ต้องการที่สุด แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าใครคิดจะทำอะไรกับสหรัฐ แม้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อไร แต่ก็ยังดีกว่าสถานการณ์ที่ 3
(3) ที่แย่ที่สุดคือ ฝ่ายความมั่นคงประเมินไม่ได้เลยว่าใครคือศัตรูตัวจริงของสหรัฐ ศัตรูคิดจะโจมตีต่อเป้าหมายใดและจะใช้วิธีอะไร และไม่รู้ว่าจะศัตรูโจมตีเมื่อไร นี่เป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่ฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถระบุภัยคุกคามได้อย่างแน่นอน คงไม่มีรัฐบาลไหนอยากจะเจอกับสถานการณ์เช่นนี้เพราะต้องกระจายกำลัง เตรียมพร้อมตลอดเวลา ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น
นอกจากทฤษฎีของโดนัลด์ รัมสเฟลด์ แล้ว ยังมีแนวคิดการวางแผนบริหารจัดการความมั่นคงของชาติอีกทฤษฎีหนึ่ง คือ ฝ่ายความมั่นคงต้องตอบคำถามให้ได้ใน 2 ข้อสำคัญ คือ (1) ปัญหา สิ่งท้าทาย ภัยคุกคาม มีโอกาสที่จะขึ้นได้มากน้อยเพียงใด และ (2) หากเกิดขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบร้ายแรงหรือก่อให้เกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใด วิธีวิเคราะห์ตามทฤษฎีนี้ คือ ขีดเส้นสองเส้น เส้นหนึ่งเป็นแนวตั้ง หมายถึงผลกระทบหรือความรุนแรง อีกเส้นเป็นแนวนอน หมายถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น แล้วลากเส้นที่สามนั้นจากจุดที่สองเส้นพบกันไปในแนว 45 องศา ถ้านึกไม่ออกก็ให้คิดถึงเส้นดีมานด์ซัพพลายทางเศรษฐศาสตร์ก็คงเข้าใจได้ง่าย
แนวโน้มของสถานการณ์มี 3 แนวทางเช่นกัน คือ (1) โอกาสที่จะเกิดขึ้นมีน้อยและถ้าเกิดขึ้นแล้วมีความเสียหายน้อย (2) โอกาสที่จะเกิดขึ้นมากและก่อให้เกิดความเสียหายมาก หรือมีผลกระทบความรุนแรงมาก เช่น พายุเฮอริเคนที่เข้าสหรัฐปีละหลายลูก แต่ละลูกทำความเสียหายให้กับบางพื้นที่ที่พายุพัดผ่านอย่างมาก (3) สถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ถ้าเกิดแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายมาก เช่น แผ่นดินไหวเป็นต้น นานๆ เกิดขึ้นทีและเป็นภัยธรรมชาติอย่างเดียวที่บอกล่วงหน้าไม่ได้ เมื่อเกิดขึ้นใต้เมือง จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก หากแผ่นดินไหวรุนแรงในทะเลอาจเกิดสึนามิ หรือคลื่นยักษ์ตามมา แม้นานๆ เกิดขึ้นที แต่เกิดทีไรก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากและป้องกันไม่ได้ บางทฤษฎีเพิ่มไปอีกอย่าง คือ โอกาสเกิดขึ้นปานกลางและมีผลกระทบในระดับปานกลาง แบบไทยๆ ที่เดินสายกลาง
แนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศไทยสำหรับปี 2560 นั้น หากเราเอาหัวข้อต่างๆ ที่ได้เขียนไว้แล้วมาพิจารณาในแต่ละประเด็น อาจมองแนวโน้มสถานการณ์ปี 2560 ได้ว่า (1) การทหาร คงไม่มีสงครามและการสู้รบชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเพื่อนบ้านที่เคยกระทำต่อไทยในปี 2553 คงไม่กล้าทำอีก ส่วนในประเทศคงไม่มีสงครามกลางเมืองและการเผาบ้านเผาเมือง เช่นปี 2522 และ 2553 เพราะรัฐบาล คสช.คุมอยู่ (2) การก่อเหตุร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังดำรงอยู่ต่อไป แต่เราคุมสถานการณ์ได้พวกนี้น่าจะตกเป็นฝ่ายรับเพราะมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสำคัญมีปัญหาการเมืองภายในประเทศและปัญหากลุ่มไอเอส ที่หลบหนีมาจากอินโดนีเซียมาร่วมกับไอเอสมาเลย์ (3) ภัยแล้งและน้ำท่วม เป็นสิ่งที่ประเทศเจออยู่ทุกปี แล้วแต่ปีไหนจะมากหรือน้อย แม้ป้องกันไม่ได้แต่สามารถเตรียมตัวรับมือ ลดความเสียหาย บรรเทาความเดือดร้อน เพราะดาวเทียมสามารถทำนายล่วงหน้าเป็นวันเป็นปี อาจทำความเสียหายด้านการเกษตรแต่คงไม่ถึงกับน้ำท่วมหนักเช่นปี 2554 เพราะการบริหารจัดการที่ขาดความชาญฉลาดของรัฐบาลขณะนั้น (4) ปัญหายาเสพติดยังมีต่อไป เพราะรัฐบาลไม่สามารถคุมแหล่งผลิตได้แต่ไม่อยู่ในระดับที่เป็นภัยคุกคาม (5) การแพร่ระบาดโรคร้ายแรงที่อาจมาจากต่างประเทศ (หากมี) เราน่าจะป้องกันและควบคุมได้เช่นปีที่ผ่านๆ มา (6) การก่อการร้ายระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่น่าห่วงและคาดการณ์ไม่ได้หากถ้าเกิดขึ้นจะมีผลกระทบร้ายแรง กลุ่ม
ไอเอสในอินโดนีเซียเพิ่งถูกกวาดล้างและอาจหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในไทยต้องบริหารจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยโรฮีนจาและกลุ่มก่อการร้ายสากลอย่างเหมาะสมทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของเรา สิ่งที่น่าห่วงอีกประการที่เราคิดไม่ถึง เพราะไทยไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนของโลก แต่ก็มีรอยเลื่อนก้างปลาที่ยังมีพลัง ระยะหลังแผ่นดินไหวในเมียนมาใกล้ไทยมากขึ้น เรื่องนี้แม้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากในไทยแต่ถ้าเกิดขึ้น จะมีผลเสียหายอย่างรุนแรง (7) การค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเถื่อนในกิจการประมงยังคงเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟู เพราะยังเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวหาของสหภาพยุโรปและสหรัฐซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกสินค้า
สถานการณ์ความมั่นคงของไทยในปี 2560 บ้านเมืองน่าจะมีความสงบเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่เพราะคนไทยทุกหมู่เหล่ามีความสามัคคีปรองดองหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะไม่มีการเลือกตั้ง หรือให้พรรคการเมืองหาเสียงก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตามด้วยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่น่าจะมีความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงนี้ เพราะคนไทยต้องการความสงบเรียบร้อย ทำให้รัฐบาลมีเวลาเดินหน้าเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปฏิรูปประเทศในปีสุดท้ายของการบริหารประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับล่างที่ประชาชนเรียกร้องให้แก้ไขในทุกโพลและทุกครั้ง และเป็นประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามใช้โจมตีรัฐบาลตลอดมา แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุนให้รัฐบาลบริหารต่อไปอีก 1-3 ปี โดยคนส่วนใหญ่พอใจกับสถานการณ์ที่เรียบร้อยและไม่ได้กระตือรือร้นและเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว







