
ปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0
โครงสร้างของประเทศเราผิดเพี้ยน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงในบริบทสังคมโลกแทบทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
โครงสร้างของประเทศเราผิดเพี้ยน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงในบริบทสังคมโลกแทบทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
สังคมไทยติดกับระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในอันดับต้นๆ ในการแก้ปัญหา ระบบราชการที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาก็ง่อยเปลี้ย ไม่สามารถเป็นพลังหลักในการปรับตัวเท่าทันสังคมโลก
ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันวางยุทธศาสตร์จะนำประเทศก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทุกฝ่ายจึงต่างมองแทบไม่เห็นว่าเราจะก้าวไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร
เรียกได้ว่าอนาคตที่ถูกวางไว้ภายใต้โครงสร้างประเทศที่เป็นอยู่ อาจเป็นเพียงความคาดหวัง แต่ยังห่างไกลความเป็นจริง เนื่องจากเรายังไม่สามารถค้นหาจุดเริ่มต้นได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศควรเดินไปในทิศทางไหนกันแน่
ใช่หรือไม่ว่าด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ เราควรจะเพิ่มการผลักดันประเทศไปสู่เมืองอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นฮับในทุกด้านในภูมิภาคอาเซียน หรือควรรู้จักตัวตนที่แท้จริงว่าเราเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของทรัพยากร มีลักษณะภูมิศาสตร์และภูมิปัญญาเอื้อต่อการเป็นครัวปลอดสารพิษของโลก รวมทั้งมีคุณค่าด้านประเพณี วัฒนธรรม ที่สามารถ
ส่งออกได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก ฯลฯ
การกำหนดยุทธศาสตร์นำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ใช่เรื่องที่ควรต่อต้าน แน่นอนที่สุดว่าพลเมืองพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลให้สามารถนำประเทศก้าวผ่านประเทศกับดักรายได้ปานกลางโดยเร็ว
แต่ก็มีคำถามว่าการจะก้าวไปสู่จุดนั้น โครงสร้างของสังคมต้องถูกสังคายนาอย่างจริงจัง ภายใต้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาตินั้นต้องมองเห็นวิสัยทัศน์การนำที่ถูกทาง ผู้นำรัฐบาลต้องหาญกล้าจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิมๆ ที่ฝังรากและผูกขาดโดยคนไม่กี่กลุ่ม เป็นต้นว่า การผูกขาดตลาด การใช้อำนาจเหนือนโยบายและอำนาจของรัฐ
ต้องล้มเลิกความคิดนโยบายการศึกษาที่มุ่งผลิตคนเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือการเป็นลูกจ้าง แต่ควรสร้างทรัพยากรบุคคลไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่หลากหลาย เพื่อเกื้อหนุนเป็นห่วงโซ่ในการ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพใหญ่
ยังเกิดข้อสงสัยอยู่มากว่า หากกลไกทางเศรษฐกิจพึ่งพิงตัวเลขอยู่เพียงไม่กี่ตัว เมื่อใดเศรษฐกิจของประเทศถึงจะสามารถขยายตัวได้ในระดับร้อยละ 8-10 คำตอบก็คือแทบเป็นไปไม่ได้เลย หากผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจกลุ่มเดียวของประเทศเห็นแก่กำไรมากกว่าการสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ที่มากกว่านั้น ต้องทบทวนวิธีการบริหารราชการแผ่นดิน เลิกแนวทางการสั่งการ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนั้นชุดนี้ แล้วปล่อยให้กลไกระบบราชการทำงานในรูปแบบเดิมๆ เมื่อระบบราชการเป็นอุปสรรคก็ต้องกล้าถอดรื้ออย่างเร่งด่วน และเฟ้นหาข้าราชการที่ดีมีความรู้ความสามารถ พร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลไกรัฐเป็นอุปสรรคก็ต้องหาองค์กรนอกระบบราชการมาช่วยสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้สัมฤทธิผล ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนทั้งวิธีคิดและวิธีการทำงานเสียใหม่
ไม่เช่นนั้น ภาพไทยแลนด์ 4.0 จะเป็นเพียงภาพฝันและห่างไกลความเป็นจริง







