
เบร็กซิตไม่กระทบไทย
หอการค้าไทยประเมินหลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2560 เติบโต 3.4% และปรับลดจีดีพีของอาเซียนลดลง 0.2% จะไม่กระทบต่อภาพรวมการส่งออกของไทย แม้อาเซียนจะเป็นตลาดสำคัญที่ไทยมีสัดส่วนต่อการส่งออก 25-26% เนื่องจากเศรษฐกิจของอาเซียนที่ขยายตัวลดลงมีเฉพาะบางประเทศเท่านั้น
หอการค้าไทยประเมินหลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2560 เติบโต 3.4% และปรับลดจีดีพีของอาเซียนลดลง 0.2% จะไม่กระทบต่อภาพรวมการส่งออกของไทย แม้อาเซียนจะเป็นตลาดสำคัญที่ไทยมีสัดส่วนต่อการส่งออก 25-26% เนื่องจากเศรษฐกิจของอาเซียนที่ขยายตัวลดลงมีเฉพาะบางประเทศเท่านั้น
วิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การประกาศแผนเบร็กซิตของสหราชอาณาจักรนั้น ภาคเอกชนไม่กังวลผลกระทบ เนื่องจากมีการคาดการณ์ถึงเรื่องค่าเงินที่จะผันผวนและผลจากการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีการประเมินว่าอังกฤษจะหันหน้าเข้าหาประเทศในเอเชีย สหรัฐ และจีนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสของไทย เพราะไทยเป็นศูนย์กลางที่อังกฤษจะเข้ามาทำการค้ากับตลาดในกลุ่มซีแอลเอ็มวีได้
ขณะที่นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ที่มีการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เอกชนก็มีการติดตามนโยบายการค้าใหม่ๆ รวมทั้งความผันผวนของค่าเงินที่จะเกิดขึ้น โดยยังมองว่าการส่งออกของไทยภาพรวมปี 2560 ยังขยายตัวได้ 1-3% ตามที่หอการค้าไทยคาดการณ์ไว้
“เท่าที่ดูธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีการดูแลค่าเงินบาทได้ดีขึ้น เช่น หากค่าเงินอ่อนหรือแข็งค่า ก็จะเป็นไปตามทิศทางเดียวของภูมิภาค ซึ่งทำให้ไทยยังแข่งขันได้ แต่หากเราแข็งกว่าหรืออ่อนค่ากว่าภูมิภาค จะทำให้แข่งขันได้ยาก หาก ธปท.ดูแลให้ค่าเงินเป็นไปตามภูมิภาคก็ไม่น่าจะมีปัญหาต่อการส่งออก” วิชัย กล่าว
เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไอเอ็มเอฟจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์การค้าและเศรษฐกิจโลกอยู่ระหว่างขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรเริ่มฟื้นตัว ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจ
สำหรับเศรษฐกิจในประเทศก็น่าจะขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกเช่นกัน เนื่องจากกำลังซื้อจะฟื้นตัว นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นหลายอย่าง ปีนี้จึงเชื่อว่าจีดีพีของประเทศจะขยายตัวตามกรอบที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมิน คือ 3.5-4% ขณะที่การส่งออกก็จะเป็นไปตามกรอบ 0-2% เช่นกัน โดยมีอานิสงส์ทั้งจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ
ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในอาเซียนที่ขยายตัว และน่าจะสวนทางที่ไอเอ็มเอฟประเมิน เนื่องจากปีนี้มีปัจจัยบวกหลายด้าน







