posttoday
แพะในกระบวนการยุติธรรม

แพะในกระบวนการยุติธรรม

16 มกราคม 2560

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

แปลกแต่จริง ที่อยู่ๆ ครูจะกลายเป็นแพะไปได้ เมื่อปรากฏว่าครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.สกลนคร ติดคุกโดยไม่มีความผิดโดยต้องคำพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน แต่ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวมาเมื่อจำคุกได้ปีครึ่ง เป็นข่าวที่กระทบถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมในบ้านเมืองเรา และความเป็นจริงที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ กระบวนการสืบหาความจริงว่า ใครเป็นผู้กระทำผิดที่แท้จริง กลับเป็นเพื่อนๆ และญาติของครู ซึ่งเป็นประชาชนเต็มขั้น แทนที่จะเป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง

ความจริงแล้วกรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรก และคงไม่ใช่กรณีสุดท้ายสำหรับแพะในกระบวนการยุติธรรม ถ้ายังจำกันได้คดีฆ่าแหม่มสาวสวย เชอรี่แอน ดันแคน ที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อปี 2529 นั้น ถือได้ว่าเป็นตำนานของแพะในกระบวนการยุติธรรมของไทย และจะมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นตัวอย่างทุกครั้งเมื่อมีแพะเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม

ขอย้อนรอยคร่าวๆ คดีนี้เพื่อให้เห็นภาพ ตำรวจสมุทรปราการจับแพะ 5 คน หลังเชอรี่แอน ถูกฆ่าตาย พนักงานอัยการสั่งฟ้อง 4 คน แพะทั้ง 4 คนนี้ถูกจำคุกโดยไม่มีความผิดเป็นเวลาเกือบ 6 ปี เป็นการถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี 3 ศาล ศาลชั้นต้นลงโทษ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกฟ้อง ในระหว่างถูกคุมขังคดียังไม่ถึงที่สุด แพะ 1 คนเสียชีวิตในเรือนจำ อีก 1 คนลูกสาวที่ขาดพ่อ ถูกข่มขืนแล้วฆ่า ส่วนภรรยาเครียดจัดจนเสียชีวิต

ในที่สุดเมื่อศาลฎีกาพิพากษาว่าบริสุทธิ์ได้รับการปล่อยตัวมาเหลือเพียง 3 คน คนหนึ่งที่ติดโรคร้ายมาจากในคุกก็เสียชีวิต อีกคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังจากถูกปล่อยตัวออกมาไม่นาน เหลืออีก 1 คน ที่แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะกระดูกสันหลังร้าวนอนหงายไม่ได้ เหมือนคนพิการ เนื่องจากถูกซ้อมเพื่อให้รับสารภาพ

เป็นความทารุณโหดร้ายของกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ ที่ตำรวจปั้นพยานเท็จให้ปรักปรำแพะทั้ง 4 คน คดีนี้มีความชัดเจนว่า เป็นแพะ เมื่อกองปราบปรามได้สืบสวนสอบสวนใหม่ตามที่ญาติแพะร้องเรียน จนสามารถจับตัวคนร้ายตัวจริงนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง จนถูกจำคุกตลอดชีวิต

คดีเชอรี่แอนนี้ ตำรวจผู้ปั้นพยานเท็จถูกไล่ออกจากราชการ แต่หลบหนี พยานเท็จถูกจำคุก 8 ปี ญาติผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหาย ศาลพิพากษาให้สำนักงานตำรวจชดใช้เป็นเงิน 38 ล้าน

เงินค่าเสียหายแม้จะบรรเทาความเสียหายได้บ้าง แต่ไม่อาจชดเชยความทุกข์ยาก ความโหดร้ายที่คนบริสุทธิ์ได้รับจากการถูกจำคุกโดยไม่มีความผิด และผู้กระทำผิดที่เป็นตัวการร้ายมักจะหลบหนีไม่ยอมรับโทษรับกรรมที่ทำไว้ ซึ่งคนร้ายที่หลบหนีอย่างนี้ ตำรวจมักจะจับตัวไม่ได้

กระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาของเราเกี่ยวข้องกับ 3 หน่วยงานหลัก คือ พนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ในแต่ละหน่วยงานมีระดับความการพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป นอกจากหน่วยงานหลักแล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมที่สนับสนุนหรือมีส่วนร่วมด้วย เช่น หน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน ทนายความ

หน่วยงานหลักที่เป็นหน่วยงานแรกคือพนักงานสอบสวนหรือตำรวจ เป็นหน่วยงานต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม และมักจะตกเป็นจำเลยของสังคม เมื่อมีความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากพนักงานสอบสวนคือผู้ที่ใกล้ชิด สัมผัสกับประชาชนโดยตรง มีทั้งกฎหมายและปืนเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่

พนักงานสอบสวนหรือตำรวจ มีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด เป็นผู้แสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด คดีอาญาบางคดีไม่ซับซ้อนแต่บางคดีก็ต้องยอมรับว่า มีความยากลำบากในการหาตัวผู้กระทำความผิด คดีง่ายๆ ก็เช่นหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนอะไร การสอบสวนก็ดูเพียงว่า เป็นข้อความที่หมิ่นประมาทหรือไม่แค่นั้น ไม่จำเป็นต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอื่นใด

แต่ในบางคดีต้องยอมรับว่า การหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เช่น คดีฆาตกรรมที่พบศพคนตายถูกทิ้งไว้ในป่า ไม่มีเบาะแสใดๆ คดีอย่างนี้หาพยานหลักฐานยากมากในทางปฏิบัติ อยู่ที่ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของพนักงานสอบสวนแต่ละคน ใช้ทุกวิถีทางที่จะหาตัวผู้กระทำความผิดให้ได้เพื่อจะได้ปิดคดี คดีที่ถือเป็นต้นแบบ คือ คดีนวลฉวี เมื่อเกือบ 60 ปีมาแล้ว คดีนี้พบศพทิ้งไว้ที่สะพานนนทบุรี จนชาวบ้านเรียกชื่อสะพานนวลฉวี คดีนี้ตำรวจสามารถสืบสวนสอบสวนจนจับคนร้ายได้ 

วิธีการสืบสวนเช่นนี้พนักงานสอบสวนบางส่วนใช้วิธีการที่นอกกฎหมาย เช่น การอุ้มเอาตัวไปสอบตามเซฟเฮาส์ เท่าที่พอจะทราบจากผู้ใกล้ชิดตำรวจ ในบางคดีมีความจำเป็นต้องอุ้ม แต่เป็นการอุ้มหลังจากมีการข่าวหรือมีผู้แจ้งเบาะแสว่า คนนั้นคนนี้เป็นผู้กระทำความผิด แต่การอุ้มนั้นมี 2 แบบ

แบบแรก เป็นการอุ้มโดยมีผู้รู้เห็น เช่น นักข่าวหรือตำรวจท้องที่ การอุ้มก็พูดคุยให้เหตุผลดีๆ ขอความร่วมมือ เมื่ออุ้มมาแล้วก็ใช้เทคนิคในการสอบสวน หากพบพิรุธหรือผู้ต้องหายอมรับสารภาพก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปหาพยานหลักฐานมามัดตัวผู้ต้องหา ถ้าสอบแล้วเห็นว่าไม่ผิด ก็จะปล่อยตัวไป ด้วยวิธีการอย่างนี้ ทำให้บางคดีตำรวจสามารถปิดคดีได้โดยไม่ใช่แพะ

แบบที่สอง เป็นการอุ้มโดยมีเจตนาพิเศษ เป็นการอุ้มอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้ การอุ้มอย่างนี้คนถูกอุ้มมักจะหายไปเลย กรณีทนายสมชาย ก็น่าจะเป็นการอุ้มอย่างนี้ และเมื่อพูดถึงการอุ้มหายอย่างนี้ก็อดนึกถึงการอุ้มสองแม่ลูกคดีเพชรซาอุไม่ได้ การอุ้มอย่างนี้เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต จนกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง

การอุ้มแม้ไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ถ้าวิธีการสอบสวนเป็นแบบโบราณที่ใช้วิธีทรมานเพื่อให้รับสารภาพ การอุ้มแบบนี้ แม้ในที่สุดจะพบว่า อุ้มคนบริสุทธิ์ แต่เนื่องจากวิธีการสอบสวนไม่ชอบ มีการทำร้ายหรือทรมานให้รับสารภาพ กรณีอย่างนี้ ตำรวจก็ไม่กล้าปล่อยตัวไป เพราะเกรงว่า เมื่อปล่อยตัวไปแล้ว ตำรวจจะถูกดำเนินคดีเสียเอง จึงต้องใช้ทฤษฎี คนตายพูดไม่ได้ เหยื่อที่ถูกอุ้มก็จะไม่มีโอกาสรอดเหมือนแม่ลูกคดีเพชรซาอุ

อำนาจ หากใช้ในทางที่ถูกต้องก็จะเป็นคุณ เป็นประโยชน์ แต่หากใช้ในทางที่ผิด ใช้แบบลุแก่อำนาจ ก็จะทำความเดือดร้อนสร้างเวรสร้างกรรมให้กับผู้บริสุทธิ์

สัปดาห์หน้า มาคุยกันต่อกับแพะในกระบวนการยุติธรรม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69