posttoday

จุดเริ่มสมานฉันท์ เปิดทุกฝ่ายหาทางออก

16 มกราคม 2560

ตามหลักการแก้ไขเรื่องความปรองดอง รัฐบาลไม่ควรเข้ามาทำเอง แต่ควรให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งเข้ามาหาทางออกร่วมกัน

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

แม้จะมีการเริ่มต้นคิกออฟอย่างจริงจังสำหรับแนวทางการปรองดองของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อพาประเทศชาติพ้นจากวิกฤตเดิมๆ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้พรมมาอย่างยาวนาน โดยได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา

วิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ได้นิ่งและคลี่คลายมาพักใหญ่ หรือจิตวิทยาทางการเมืองประชาชนค่อยๆ เริ่มลืมความขัดแย้งไม่มากก็น้อย และอยากเห็นความสงบสุข ไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งมีผลสะท้อนจากโพลต่างๆ จึงเป็นโอกาสดีที่ควรเริ่มทำอย่างจริงจัง

ตามหลักการแก้ไขเรื่องความปรองดอง รัฐบาลไม่ควรเข้ามาทำเอง ยกตัวอย่างกรณีความขัดแย้งภาคใต้ที่ให้มาเลเซียเข้ามาช่วย จะทำให้สถานภาพการพูดคุยรัฐบาลจะหลุดพ้นความขัดแย้ง แล้วทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งเข้ามาหาทางออกร่วมกันในบรรยากาศเป็นมิตร พูดคุยตรงไปตรงมา

“ผมคิดว่าถ้าบรรยากาศตรงนี้เกิดขึ้นได้ เรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ อย่างน้อยที่สุดด้านจิตวิทยาจะดีขึ้น ภาพที่สะท้อนออกไปจากสังคมก็จะดีขึ้น หลังจากนั้นจะมีกระบวนการ  1 2 3 4 5 ระยะสั้น กลาง ยาว อย่างไร ควรปล่อยให้คณะกรรมการที่เป็นอิสระ ทุกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งได้เข้ามาพูดคุยและช่วยกันนำเสนอ ทำอย่างให้เป็นข้อเสนอที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ถ้ามองแง่ดีความขัดแย้งในเชิงโครงสร้าง ความขัดแย้งความรุนแรงในสังคมลดลงมาก ถ้าแสดงความจริงใจไม่ต้องการเข้าควบคุมกระบวนการ และถ้าต้องการเริ่มต้นพูดคุยกันเพื่อหาทาง ออก อย่างน้อยเวลาที่เหลือทำโครงสร้างคณะกรรมการบางอย่างไว้ แล้วให้ทำงานต่อเนื่อง เมื่อรัฐบาลเลือกตั้งมาก็ต้องรักษาโครงสร้างนี้และทำงานต่อไปเรื่อยๆ จะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว

ขณะที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ในฐานะอดีตโฆษก กปปส. มองว่า ส่วนตัวหากประเมินสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลสามารถประคองความสงบเรียบร้อยได้อยู่แล้ว และเชื่อมั่นว่าก่อนหรือหลังเลือกตั้งก็สามารถควบคุมได้

ส่วนรัฐบาลจะทำสำเร็จหรือไม่ในช่วงระยะเวลานี้หลังจากได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลากว่า 3 ปีนั้น ซึ่งต้องเข้าใจว่าการปรองดองคืออะไร บางฝ่ายมองกระบวนการนี้แค่ผิวเผิน เพราะถ้าจะมองเรื่องการปรองดองมันลึกซึ้งกว่านั้น

ทั้งนี้ ประชาชนทุกคนต้องให้ความเคารพซึ่งกันและกัน และทุกคนอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมเดียวกัน เคารพกฎหมายเหมือนกัน และได้รับความยุติธรรมเดียวกัน โดยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อย

“ต้องถามว่าวันนี้จริงๆ แล้วสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จ คือทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คนเคารพกฎหมาย แล้วบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด และให้ความยุติธรรมเท่าเทียมกับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ก็ไม่เห็นว่าที่ผ่านมาทำอะไรผิด การเดินหน้าไปตามนี้และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็ถูกแล้ว ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ และไม่เห็นว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น และเท่าที่ฟังมาทุกฝ่ายให้การตอบรับเป็นอย่างดี”

ด้าน วรชัย เหมะ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลสามารถทำได้จนสำเร็จถ้าจริงจัง ด้วยการเรียกทุกฝ่ายมาพูดคุยหารือในเรื่องการปรองดองทำอย่างไร และให้ทุกฝ่ายยอมรับในกติกา เพราะการปรองดองคือจุดเริ่มต้นในการพาประเทศชาติเดินหน้าไปสู่ความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ การปรองดองถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรวมถึงปัญหาอื่นๆ ทว่าที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทั้งในเรื่องรัฐธรรมนูญ นักศึกษา และพระสงฆ์ ยังคงมีความวุ่นวายขัดแย้งอยู่ให้เห็น ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะทำเรื่องนี้จริงจังหรือไม่

ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมที่มองว่าไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา แต่ประเด็นดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะทางการเมือง หากในเมื่อรัฐบาลมีอำนาจแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ถือว่าเสียหาย อีกทั้งยังส่งผลไปยังเรื่องอื่น อาทิ เศรษฐกิจที่แย่ลง แล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

GC ยันเดินเครื่องเต็มกำลัง! หนุนซัพพลายเม็ดพลาสติก PE เพียงพอ รองรับอุตสาหกรรมไทยสู้ศึกความผันผวนโลก