posttoday
จะไป SAGA 18

จะไป SAGA 18

15 มกราคม 2560

สัมภาษณ์น้องมิโกะเสร็จ ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มากับคณะทัวร์ก็อาจจะกลับเลย เพราะถือว่าได้ขึ้นมาที่วิหารหลัก

สัมภาษณ์น้องมิโกะเสร็จ ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มากับคณะทัวร์ก็อาจจะกลับเลย เพราะถือว่าได้ขึ้นมาที่วิหารหลัก (Gohonden) เรียบร้อยแล้ว แต่หากท่านมากันเองและยังพอมีเวลาเหลือ ผมขอแนะนำให้เดินต่อขึ้นไปอีก ระหว่างวิหารหลักฝั่งที่มีเครื่องรางให้เช่ากับทางไปลิฟต์ จะมีบันไดให้ขึ้นเขาไปยังศาลเจ้า Myobu และ Okunoin ที่อยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลกว่าจากวิหารหลักเยอะ ระหว่างทางมีเสาโทริอิสีแดงเก่าใหม่สลับกันไปตลอดเส้นทางเหมือนกับที่ศาลเจ้า Fushimi Inari ในเกียวโต เพียงแต่จำนวนเสาและระยะทางน้อยกว่า เสาเหล่านี้เป็นเสาที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัยให้กับทางวัดเพื่อได้โอกาสในการประดับเสาโทริอิพร้อมประทับชื่อของตน เทพอินาริจะได้เห็นชัดๆ มีผลด้านจิตวิทยา ทำให้ผู้บริจาคเกิดพลังบวกที่มากขึ้นนั่นเอง

จะไป SAGA 18

 

ขากลับออกจากศาลเจ้าต้องเดินผ่านเส้นทางเดิม ผมแอบเจอของดีอย่างหนึ่งที่ร้านเช่าชุดกิโมโน นั่นก็คือ Taromen ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นหากินได้ยากจากเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบชื่อ Omachi (ที่แปลว่า เมืองใหญ่) ทาโร่เมงเป็นอาหารจานเส้นมีส่วนผสมของราเมงและอุด้ง น้ำซุปทำจากกระดูกวัว ปรุงรสด้วยขิง มีโปรตีนจากเนื้อกุ้งและอุดมไปด้วยวิตามินจากผักสด พร้อมเส้นอุด้งที่อวบแบน เป็นอาหารยอดนิยมในหมู่ชาวเหมืองแร่สมัยก่อน เพราะให้ทั้งความอบอุ่นและหนักท้อง แต่ทาโร่เมงที่ขายในร้านเช่าชุดกิโมโนนั้นเป็นแบบ Instant บรรจุซองเหมือนบะหมี่สำเร็จรูปบ้านเรา ที่ผมต้องรีบฉวยก็เพราะบนซองมีคำโฆษณาว่า Hakata มีราเมง Nagasaki มีจัมปง และ Saga Omachi มีทาโร่เมง ลองกล้าเปรียบเทียบกันขนาดนี้ต้องมีที่ถือดีแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้นบนซองยังมีรูป Ultraman Taro ยอดมนุษย์ในดวงใจของเด็กยุคผมอยู่ด้วยนี่แทบไม่ต้องคิดเลย หยิบมาก่อน 6 ซองโดยไม่ได้ดูราคา ควักแบงก์์พันเยนออกมาจ่าย ปรากฏว่าไม่พอครับ ทั้งหมด 1,800 เยน ตกซองละ 300 เยน แพงกว่าราเมงซองทั่วไปอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะได้ความสุขทางใจ

จะไป SAGA 18

 

จากศาลเจ้ายูโทคุอินาริ เราขับรถมุ่งหน้าสู่ Ureshino Onsen เพื่อไปกินข้าวเที่ยงที่โรงแรม Wataya Besso หนึ่งในที่พักชั้นนำและขึ้นชื่อของอุเระชิโนะที่ทั้งเมืองมีเรียวกังอยู่ประมาณแค่ 20 แห่ง เมนูวันนี้เป็นอาหารชุดญี่ปุ่นที่หลากหลาย มีของดีของจังหวัดอย่างเนื้อซากะและของเมืองอุเระชิโนะอย่างเนื้อปู Takezaki และที่ขาดไม่ได้คือ Onsen Tofu เต้าหู้ที่ใช้น้ำแร่เป็นส่วนผสม ทำให้ได้เนื้อเต้าหู้ที่นุ่มนวลกว่าเต้าหู้ทั่วไป ตักใส่ปากปุ๊บละลายทันที รสชาติดีเหมือนเต้าหู้ผสมชีส เมนูนี้แนะนำเลยครับ ทานเสร็จก็ขอเดินชมที่พักสักหน่อย Wataya Besso เป็นโรงแรมสไตล์เรียวกัง คือมีลักษณะของที่พักแบบญี่ปุ่นอยู่มาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำอุเระชิโนะ ล็อบบี้กว้างขวาง มีระเบียงให้ออกไปนั่งชมวิว จุดเด่นของโรงแรมคือมีการตกแต่งตามมุมและผนังให้ออกแนวมินิมอลอยู่ทั่วไป บางมุมใช้แค่แจกันดอกไม้แขวนลอย บางมุมมีโคมกระดาษเปิดไฟสลัว หรือบางมุมวางชะลอมแล้วส่องไฟ แค่เดินดูการประดับประดาก็เพลินแล้วครับ ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือบ่อน้ำแร่ เพราะน้ำแร่ของอุเระชิโนะได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามน้ำแร่ที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวสวยของญี่ปุ่น และน้ำแร่ของที่นี่ยังเป็นมาตรฐาน Kakenagashi หรือน้ำแร่ที่ไม่มีการหมุนเวียนกลับมาใช้อีก จึงมั่นใจได้ว่าท่านจะได้แช่น้ำแร่ที่ใหม่สดอยู่ตลอดเวลา

จะไป SAGA 18

 

บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมมีมุมนึงที่น่าสนใจคือ มุมจำหน่ายใบชา เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเมือง มีใบชาจาก Tea Master 6 ท่าน 6 ชนิดวางจำหน่ายอยู่ มีทั้ง Ryokucha Matcha Hojicha Genmaicha และชาผสมอีก 2 ชนิด หลายท่านอาจเข้าใจว่าชาญี่ปุ่นต้องที่เกียวโต หรือชิซูโอกะเท่านั้น แต่ใบชาของที่นี่ก็ดังไม่แพ้ทั้งสองแห่ง แถมมีประวัติยาวนานย้อนไปถึงยุคราชวงศ์หมิงโน่นเลย ในเมืองอุเระชิโนะจึงมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับใบชาหลายอย่าง คุณ Sumi เลยพาไปยัง Kinsarankan หรือ Ureshino Training Center of Tea Industry ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสหกรณ์การเกษตรจังหวัดซากะ ซึ่งเราสามารถชมกระบวนการผลิตใบชาไปจนถึงการชงชา แต่วันนี้เราจะไปทำกิจกรรมย้อมผ้ากันครับ หลายท่านอาจจะเคยย้อมผ้ากันมาบ้างแล้วแต่ส่วนมากจะเป็นการย้อมครามสีออกฟ้าๆ แต่ที่นี่เค้าย้อมด้วยชาจึงออกมาเป็นสีน้ำตาล ให้อารมณ์ไปอีกแบบ กรรมวิธีก็ไม่ยุ่งยาก ทางหน่วยงานเขาเตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้ประกอบด้วย ผ้าขาว ตะเกียบทั้งแบบเต็มตัวและตัดแบ่งเป็นท่อน หนังยาง ก่อนอื่นก็ต้องจินตนาการว่าเราจะออกแบบลายผ้าอย่างไร จากนั้นก็พับผ้าและใช้ตะเกียบทั้งแบบยาวและสั้นผูกหรือหนีบยังส่วนที่เราต้องการให้เป็นลวดลาย อันเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะลวดลายจะสวยไม่สวยก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้ ดังนั้นเราต้องจินตนาการให้ได้ว่าถ้าพับผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยมลายจะออกมาเป็นแบบไหน พับผ้าเป็นสี่เหลี่ยมลายจะหน้าตาเป็นอย่างไร ผูกแบบนี้จะได้ดอกกี่แฉก หนีบแบบนี้จะได้เส้นตรงหรือเส้นหยัก ผมนั่งนึกภาพอยู่นานกว่าจะเริ่มต้นพับผ้าและผูกตะเกียบ การผูกก็ต้องมัดด้วยหนังยางให้แน่น เพราะเวลานำไปย้อมจะได้ไม่ซึมมาก ผูกเสร็จก็ถึงขั้นตอนการย้อม ซึ่งง่ายกว่าย้อมครามเยอะ แค่นำผ้าที่เราผูกมัดเสร็จแล้วแช่ลงไปในหม้อน้ำชา ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาด จากนั้นผึ่งผ้าจนแห้ง เป็นอันเสร็จกระบวนการ ปรากฏว่าจินตนาการของผมไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ก็ออกมาดีเกินความคาดหมาย ได้ผ้ามัดย้อมไว้เป็นที่รำลึกอีกหนึ่งผืน แถมเป็นผ้าย้อมใบชาที่หายากอีกด้วย

จะไป SAGA 18

 

ก่อนจะอำลาเมืองอุเระชิโนะเรามีแวะไปชมโรงแรมอีก 2 แห่งคือ Kasuien ที่โดดเด่นด้วยบ่อน้ำแร่บนดาดฟ้ามองเห็นเมืองอุเระชิโนะได้กว้างไกล และโรงแรม Warakuen ที่มีบ่อน้ำแร่ใบชาช่วยทำให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้นไปอีก รวมทั้งห้องพักที่แยกออกมาจากอาคารหลัก Suigetsu ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงพร้อมสวนป่าและห้องอาบน้ำแร่กลางแจ้งเฉพาะผู้เข้าพักในโซนนี้ ขับเน้นความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เสียดายว่าไม่มีโอกาสได้นอนในรอบนี้ เพราะค่ำนี้เราต้องขับรถไปยังที่พักอีกแห่งใกล้เมืองซากะ ที่ความสวยงามหรูหราไม่แพ้โรงแรมแถบอุเระชิโนะเลยครับ

จะไป SAGA 18

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน