
ชีวิตแร้นแค้นของชายขับเรือ
ผมนั่งอยู่ในเรือติดเครื่องยนต์ของ ป๊ะ เตกูห์ คนขับเรือรับจ้างวัย 64 ปี ซึ่งกำลังแล่นฝ่าสายน้ำของแม่น้ำมูซี ในเมืองปาเลมบัง ทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้านของเขา
ผมนั่งอยู่ในเรือติดเครื่องยนต์ของ ป๊ะ เตกูห์ คนขับเรือรับจ้างวัย 64 ปี ซึ่งกำลังแล่นฝ่าสายน้ำของแม่น้ำมูซี ในเมืองปาเลมบัง ทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้านของเขา
เมืองปาเลมบังมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน สืบย้อนไปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 7 โดยในอดีตนั้นเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา และอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเคยติดต่อสัมพันธ์กับอาณาจักรใหญ่หลายแห่งในยุคโบราณ แม้กระทั่งในปัจจุบันเมืองปาเลมบังยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย
“ผมอาศัยและทำมาหากินแถบริมฝั่งแม่น้ำมูซีมาตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งตอนนั้นผมอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น” ป๊ะ เตกูห์ พูดกับผมด้วยน้ำเสียงเนิบนาบและท่าทางใจเย็น ซึ่งนับเป็นความเคยชินอย่างหนึ่งจากการต้องรอผู้โดยสารเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ผมเลยถามเขาว่า ในช่วงหลายปีมานี้ ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
“ชีวิตก็เป็นเหมือนเดิมทุกวันสำหรับพวกเรา ไม่มีความแตกต่างอะไรมากนัก” ชายขับเรือรับจ้างกล่าว
แน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ขยายตัวแข็งแกร่งราว 6% ของอินโดนีเซียนั้น แทบไม่มีผลอะไรสำหรับครอบครัวแบบ ป๊ะ เตกูห์ ซึ่งไม่มีวุฒิการศึกษาสูงพอที่จะเข้ารับราชการในหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น
สำหรับงานอื่นๆ นั้น แม้สนามบินนานาชาติสุลต่านมะห์มุด บาดารูดินที่ 2 จะตั้งอยู่ห่างจากบ้านของป๊ะ เตกูห์ เพียง 24 กิโลเมตร แต่สนามบินดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้คนในพื้นที่มีงานทำมากขึ้นนัก
“การจะไปทำงานที่นั่น คุณต้องได้รับการฝึกอบรมพิเศษ และคนงานหลายคนก็มาจากนอกเมืองปาเลมบัง” อันโชรี ลูกชายของป๊ะ เตกูห์ อธิบาย
ป๊ะ เตกูห์ มีลูกชายทั้งหมด 6 คน และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เรียนจบชั้นมัธยมต้น ส่วนที่เหลือเรียนไม่จบแม้กระทั่งชั้นประถม เขาจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวขนาดใหญ่นี้ ถ้าวันไหนโชคดี เขาอาจหาเงินได้ถึง 1 แสนรูเปียห์ (ราว 266 บาท) ขณะที่ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว ซึ่งไม่ค่อยมีผู้มาใช้บริการเรือโดยสารมากนัก รายได้ของเขาอาจร่วงลงมาเหลือเพียง 5 หมื่นรูเปียห์ (ราว 133 บาท) เท่านั้น ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายจ่ายมหาศาลของครอบครัวที่ 3 ล้านรูเปียห์/เดือน (ราว 8,009 บาท) ครอบครัวของเขาจึงมีสภาพชีวิตอันแร้นแค้น และไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่มีกัน
ป๊ะ เตกูห์ ซื้อเรือลำแรกได้หลังจากเก็บหอมรอมริบเงินมาเป็นเวลา 3 ปี และการเปลี่ยนเรือลำใหม่ต้องใช้เงินถึง 20 ล้านรูเปียห์ (ราว 5.3 หมื่นบาท) เขาจึงหวังว่าจะสามารถส่งต่อเรือลำนี้ให้เป็นมรดกสืบทอดไปสู่รุ่นลูกหลาน
รายได้ของป๊ะ เตกูห์ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าสภาพชีวิตชาวเมืองปาเลมบังไม่ได้ดีขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับในอดีต โดยชาวเมืองส่วนใหญ่ได้เงินเดือนประมาณ 2.48 ล้านรูเปียห์ (ราว 6,620 บาท)
เมื่อผมถามว่า ความหวังในอนาคตของเขาคืออะไร เขาตอบผมแบบเรียบๆ
“ทั้งหมดที่ผมต้องการ คือ แค่ขอให้ลูกหลานผมมีชีวิตดีขึ้น และมีงานประจำทำซึ่งมีรายได้สม่ำเสมอทุกเดือน” ชายขับเรือวัย 64 กล่าว
นับเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว ที่คนรับจ้างขับเรือแบบป๊ะ เตกูห์ หาเลี้ยงชีพอยู่ริมแม่น้ำมูซี ผมมองว่าการต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเพื่อให้ชีวิตผ่านพ้นไปในแต่ละวันของเขานั้น ช่างสวนทางเหลือเกินกับอนาคตอันสว่างเรืองรองของอินโดนีเซียยุคใหม่







