posttoday
จัดสมดุลภาษี

จัดสมดุลภาษี

07 มกราคม 2560

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง ว่าจะมีการทบทวนเพื่อขยายระยะเวลามาตรการส่งเสริมการลงทุนในประเทศที่สิ้นสุดปี 2559 ออกไป แม้ว่าก่อนสิ้นปี กระทรวงการคลังจะขู่ว่าจะไม่ต่ออายุ และกระทรวงการคลังพยายามประชาสัมพันธ์ให้เอกชนมาใช้สิทธิประโยชน์ครั้งนี้ที่มีมากมายอย่างที่ภาครัฐไม่เคยให้มาก่อน คือให้เอกชนสามารถหักรายจ่าย  2 เท่าของรายจ่ายเพื่อการลงทุนหรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ทรัพย์สินให้ดีขึ้น โดยสิทธิทั้งกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกิจการอื่นที่ไม่ได้บีโอไอ

เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกกิจการ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้เอกชนเริ่มลงทุน และต้องเป็นการลงทุนภาย ในปี 2559 จึงจะใช้สิทธินั้นได้ แม้ว่าการลงทุนนั้นจะไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ในปี 2559 ก็ตาม

แต่กระนั้นก็ยังไม่มีเอกชนรายใดที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวแม้แต่รายเดียว ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีที่ผ่านมาไม่เอื้ออำนวยให้ภาคเอกชนตัดสินใจลงทุน จน รมว.คลังออกปากด้วยความท้อใจว่า เมื่อเอกชนไม่ลงทุนรัฐบาลก็ไม่อาจบังคับได้

สุดท้าย เมื่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ทำหนังสือถึงรัฐบาล ขอให้รัฐบาลขยายเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวออกไป โดยระบุว่าในปี 2560 นี้ ภาคเอกชนพร้อมจะเริ่มลงทุนใหม่แล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังก็แสดงท่าทีว่าพร้อมจะต่ออายุมาตรการให้ทันที

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่อดูตามหลักการแล้วการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ก็เป็นทิศทางที่ถูกต้อง ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังต้องการให้การลงทุนภาคเอกชนเป็นเครื่องยนต์หลักอีกเครื่องยนต์หนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การที่ภาครัฐใช้เครื่องมือที่มีอยู่ คือ ภาษี เป็นตัวช่วยให้ภาคเอกชนตัดสินใจเร็วขึ้นจึงเป็นเรื่องสมควรและมีเหตุผล เพราะมาตรการภาษีที่ใช้ไป กระตุ้นให้เกิดการลงทุนที่สร้างผลผลิต ไม่ได้ใช้ภาษีไปกระตุ้นการใช้จ่าย กระตุ้นการบริโภคเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในภาวะการคลังของรัฐบาลที่ยังสุ่มเสี่ยง กระทรวงการคลังเผชิญปัญหาจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ามาหลายปีติดต่อกัน ขณะที่รัฐบาลยังมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แนวนโยบายภาษีของรัฐบาล จึงควรมีทั้งการช่วยลดภาระให้ภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายชัดเจน พร้อมกันนั้นก็ควรมีการจัดเก็บภาษีอื่นเพิ่มเติมมาชดเชยด้วย

ภาษีอื่นที่ควรเก็บเพิ่มเติมมาชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปนั้น ก็มีหลายหมวดหมู่ที่อยู่ในโครงการปฏิรูปภาษีของกระทรวงการคลังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะช่วยเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมตามนโยบายรัฐบาลด้วย การเก็บภาษีสรรพสามิต ยาสูบ ภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล หรือภาษีน้ำหวาน ภาษีสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้ฐานะการคลังของประเทศมีความสมดุล พร้อมที่จะรับมือกับการลงทุนขนานใหญ่ของภาครัฐที่รออยู่ข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน