posttoday
รุสโซกับสถานการณ์พิเศษ

รุสโซกับสถานการณ์พิเศษ

06 มกราคม 2560

โดย...​​​​​​​ไชยันต์ ไชยพร

โดย...​​​​​​​ไชยันต์ ไชยพร

ใครบ้างจะคิดว่ารุสโซ นักคิดทางการเมืองเจ้าของวรรคทอง “มนุษย์เกิดมาเสรี แต่ทุกหนทุกแห่งอยู่ในพันธนาการ” จะยอมรับเผด็จการ?

แต่เราจะพบว่ารุสโซยอมรับหากมีความจำเป็น! ในหนังสือสัญญาประชาคม บทที่ว่าด้วย “ผู้เผด็จการ” รุสโซอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความจำเป็นที่ต้องมีภาวะเผด็จการว่า “ความไม่ยืดหยุ่นของกฎหมาย ซึ่งขัดขวางการปรับเปลี่ยนตามเหตุการณ์ได้นั้น ย่อมสร้างความเสียหายให้อย่างแน่นอน และกระทั่งสามารถทำให้รัฐล่มสลายในยามวิกฤต ระเบียบและความล่าช้าของกระบวนการต้องการเวลา ที่บางครั้งสิ่งแวดล้อมก็ไม่อาจทำให้ได้ มีเหตุการณ์เป็นพันที่ผู้บัญญัติกฎหมายไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และการรู้ว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้านี้เองคือ การคาดการณ์ล่วงหน้าที่จำเป็นอย่างยิ่ง”

“การคาดการณ์ล่วงหน้าที่จำเป็น” ที่รุสโซกล่าวถึงนี้คือในด้านนิติบัญญัติ ผู้บัญญัติกฎหมายที่สามารถมองเห็นถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตจะต้องบัญญัติกฎหมายที่ “ไม่ทำให้ระบบการเมืองแข็งตัวจนกระทั่งไม่ให้อำนาจแก่ตัวเองที่จะละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายได้ชั่วคราว” ซึ่งการละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่านี้คือ การให้อำนาจเผด็จการ หรืออำนาจที่อยู่เหนือการควบคุมตามกฎหมายแก่รัฐบาลเมื่อเกิดสถานการณ์จำเป็นนั่นเอง โดยรุสโซยอมให้เกิดภาวะเผด็จการก็ต่อเมื่อ “ต้องมีแต่วิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้นจึงสามารถยอมเสี่ยงกับการเปลี่ยนระเบียบทางสังคม และเราต้องไม่ยุติอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย เว้นแต่เมื่อมีภัยคุกคามต่อประเทศชาติเท่านั้น ในสถานการณ์ที่มีไม่บ่อยและเห็นได้ชัดเจนนี้ เราจะสร้างความมั่นคงทางสังคมโดยมาตรการพิเศษ ซึ่งมอบหน้าที่ให้แก่คนที่เหมาะสมที่สุด”

ขณะเดียวกัน รุสโซจำแนกมาตรการพิเศษในการมอบอำนาจหน้าที่ไว้เป็น “2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับลักษณะของภยันตราย” ถ้าการแก้ปัญหาภยันตรายที่เกิดขึ้นต้องการ “เพียงแค่เพิ่มกิจกรรมของรัฐบาล” รุสโซแนะนำว่า “เราสามารถรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่สมาชิกเพียงคนสองคนในรัฐบาล” นั่นคือ ให้จำนวนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจน้อยลง ดังข้อความที่ยกไปข้างต้นของรุสโซที่ว่า “ระเบียบและความล่าช้าของกระบวนการต้องการเวลาที่บางครั้งสิ่งแวดล้อมก็ไม่อาจทำให้ได้” นั่นคือ ในบางสถานการณ์ การปฏิบัติตามระเบียบและกระบวนการของกฎหมายปกติจะไม่ทันการณ์ แต่ในแง่นี้ การตัดสินใจที่จะกระทำการอะไรนั้นย่อม
ไม่ขัดกับกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้ รุสโซ กล่าวว่า “อำนาจของกฎหมายก็ไม่ได้เปลี่ยน เปลี่ยนเพียงรูปแบบของการปฏิบัติตามกฎหมาย” เท่านั้น

แต่ในกรณีที่ “...อันตรายนั้นร้ายแรงถึงขั้นที่กลไกทางกฎหมายเป็นอุปสรรคในการใช้มัน เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะแต่งตั้งผู้นำสูงสุดที่จะทำให้กฎหมายทั้งหมดเงียบเสียงลง และหยุดอำนาจอธิปไตยไว้ชั่วคราว” และหากมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการหยุดอำนาจอธิปไตยจะขัดกับเจตจำนงร่วมหรือไม่? รุสโซ กล่าวต่อโดยพลันว่า “ในกรณีเช่นนี้ เจตจำนงร่วมไม่มีข้อกังขา และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ความปรารถนาประการแรกของประชาชนคือรัฐต้องไม่ล่ม” รุสโซอธิบายว่า เพราะ “ในกรณีนี้ การหยุดชั่วคราวของอำนาจนิติบัญญัติก็ไม่ได้ทำลายล้างรัฐแต่อย่างใด” แต่กระนั้น รุสโซก็ได้วางเงื่อนไขไว้ว่า “ข้ารัฐการผู้ทำให้มันเงียบงันนั้นไม่สามารถทำให้มันพูดได้ เขาควบคุมมันโดยปราศจากอำนาจในการเป็นตัวแทนของมัน เขาทำทุกอย่างได้ยกเว้นออกกฎหมาย”

และถ้าจะถามว่าในสถานการณ์แบบใดที่รัฐจำเป็นต้องอาศัย “ผู้เผด็จการ” รุสโซได้ยกตัวอย่าง “ระยะแรกของสาธารณรัฐ...เพราะรัฐยังไม่มีฐานที่มั่นคงพอจะค้ำจุนตัวเองด้วยลำพังอำนาจแห่งรัฐธรรมนูญ” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ รัฐในช่วงแรกเริ่มหรือรัฐเกิดใหม่หรือรัฐที่เพิ่งมีรูปแบบการปกครองใหม่นั่นเอง หรือถ้าจะกล่าวในคำของนักรัฐศาสตร์สมัยใหม่ก็คือ รัฐในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transitional Period)

ขณะเดียวกัน รุสโซวางเงื่อนไขไว้ด้วยว่า ผู้เผด็จการจะไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นทรราช หากสังคมมีศีลธรรมจรรยาเป็นมาตรการป้องกัน เพราะภายใต้ศีลธรรมจรรยา จะ “ไม่มีความหวั่นกลัวว่าผู้เผด็จการคนใดคนหนึ่งจะใช้อำนาจไปในทางที่ผิดหรือจะพยายามยึดเวลาการดำรงตำแหน่งออกไป แต่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เมื่อผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมหาศาลขนาดนี้รู้สึกเป็นภาระหนัก และพยายามจะปลดเปลื้องให้ได้เร็วที่สุด เสมือนหนึ่งว่าการเข้าแทนที่กฎหมายนั้นเป็นตำแหน่งที่เจ็บปวดและเป็นภัยอย่างยิ่ง” แต่แน่นอนว่า หากสังคมไม่มีมาตรการป้องกันจากศีลธรรมจรรยาที่รุสโซกล่าวไว้ เขาก็ได้ตั้งเงื่อนไขไว้ว่า “ไม่ว่าจำเป็นต้องแต่งตั้งตำแหน่งนี้มากเพียงใด มันจำเป็นอย่างยิ่งที่ระยะเวลาต้องสั้นและต้องไม่สามารถยืดเวลาออกไปได้เลย” มิฉะนั้นแล้ว “เมื่อภาวะเร่งด่วนผ่านพ้นไปแล้ว การเผด็จอำนาจก็จะกลายเป็นทรราชหรือไม่ก็มีแต่ชื่อ”

คำถามคือ “ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมหาศาลขนาดนี้รู้สึกเป็นภาระหนัก และพยายามจะปลดเปลื้องให้ได้เร็วที่สุด เสมือนหนึ่งว่าการเข้าแทนที่กฎหมายนั้นเป็นตำแหน่งที่เจ็บปวดและเป็นภัยอย่างยิ่ง” หรือไม่? สังคมที่มีศีลธรรมจรรยาในความคิดของรุสโซเป็นอย่างไร? และสังคมไทยเป็นสังคมที่มีศีลธรรมจรรยาที่ว่านี้หรือไม่?

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69