
ชดเชยเกษียณช่วย6แสนคน
เชื่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สร้างประโยชน์กับลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดเล็กกว่า6.5 แสนคน
เชื่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สร้างประโยชน์กับลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดเล็กกว่า6.5 แสนคน
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญ เช่น กำหนดอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี รวมทั้งกำหนดให้การเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้าง และต้องได้รับเงินค่าชดเชยตามอายุงานนั้น เพื่อให้ครอบคลุมสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่มีการกำหนดไว้ในสัญญาจ้างงาน ซึ่งคาดว่ามีกว่า 9.3 หมื่นแห่ง ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกว่า 6.5 แสนคน
ทั้งนี้เชื่อว่า ผู้ที่อายุ 60 ปี และยังทำงานในสถานประกอบการกว่า 95% มีอายุงานมากกว่า 10 ปีแน่นอน ส่วนหากมีการเลิกจ้างก่อนอายุ 60 ปี ลูกจ้างจะยังได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย หากไม่มีการกระทำความผิด
นอกจากนี้ ในส่วนการกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดค่าจ้างครอบคลุมลูกจ้างทั้งนักเรียน นิสิต คนพิการ ผู้สูงอายุนั้น ก็เพื่อให้การกำหนดค่าจ้างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และครอบคลุมลูกจ้างในระบบการจ้างงานทุกประเภท เช่น อัตราค่าจ้างของผู้สูงอายุที่ทำงานได้จำกัด เพื่อให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความเป็นจริง ยกเว้น คนทำงานบ้าน และแรงงานนอกระบบ
นายสุเมธ กล่าวว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไป จะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเนื้อหา จากนั้นส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
สำหรับอัตราค่าชดเชยนั้นให้เป็นไปตามอายุงาน คือ อายุงานมากกว่า 10 ปี ได้รับการชดเชย 10 เดือน หรือ 300 วัน หากทำงาน 6 ปีแต่ไม่ถึง 10 ปี ได้รับการชดเชย 8 เดือน อายุงาน 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชย 6 เดือน ทำงาน 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้ค่าชดเชย 3 เดือน ทำงาน 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ได้รับค่าชดเชย 1 เดือน
“หากสถานประกอบการใดไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยทางแพ่งโทษปรับสูงสุดตามค่าชดเชยที่ค้างรวมดอกเบี้ยคือ 15% ต่อปี หรือคิดเงินเพิ่ม 15% ตามยอดเงินผิดนัดชำระ 7 วัน และสำหรับโทษทางอาญา คือ จำคุกสูงสุด 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายสุเมธ กล่าว
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า การปรับแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานใหม่ ถือเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่นายจ้างต้องปฏิบัติตามหากจะดำเนินธุรกิจในส่วนนี้อาจจะมีผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ และระยะเวลาในการดำเนินการ เช่น หากเป็นธุรกิจรุ่นเก่า ที่มีลูกจ้างอายุงานมาก หรือทำงานมา 20-30 ปี อาจได้รับผลกระทบบ้างขึ้นอยู่กับจำนวนแรงงานที่จะเกษียณ ปัจจุบันแรงงานส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 30-40 ปี กว่าจะเกษียณยังมีเวลาอีก 20 ปี ในการที่นายจ้างจะเตรียมพร้อม
อย่างไรก็ตาม การปรับแก้กฎหมาย ในภาพรวมคงไม่ส่งผลกระทบในวงกว้างเท่ากับเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ แต่อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนของนายจ้างบ้าง ส่วนการลงทุนใหม่ก็อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนเพราะอัตราค่าจ้างถือเป็นต้นทุนที่สำคัญ







